วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อาวุโสกรมราชทัณฑ์จะไปยังไง ช่วยกันระดมความคิดที

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ก่อนเปลี่ยนอธิบดี ตามคำสั่ง คสช.งานเข้าจนได้ ..เงียบๆ ไม่เป็นข่าวหวือหวา เหมือนตอนที่ บิ๊ก คสช.ไปแสดงพลังที่กรมราชทัณฑ์ จนกระทั่งมาเป็นมาตรการปราบปรามยาเสพติดชนิด ต้องกวาดยกรัง กันยกใหญ่  ซึ่งทำท่าจะไม่จบกันง่ายๆ จนกระทั่งขณะนี้เปลี่ยนอธิบดี เป็นท่าน วิทยา สุริยะวงศ์ ก็ขอแสดงความดีไจ หรือยังไง ก็ดีใจไว้ก่อน ผู้บริหารของเรา ดีใจไว้ ณ โอกาสนี้ กับท่านด้วย....ในส่วนของเรา ผู้คุมสายทั่วไป แท่งทาส ก็ได้พยายามที่จะมองความก้าวหน้า และขอเพิ่มตำแหน่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กจ.กรมฯ เขาว่างั้นนะ...ในความเป็นจริงก็รู้ๆ กันอยู่ ยิ่งมีการตั้ง ชำนาญการพิเศษเที่ยวนี้ ดังกระฉ่อนทั้งวงการ...ข่าวว่า มีทั้งประเภท จ่ายเงิน เด็กนายหน้าห้อง ข้ามหัวกันเป็นเอเคอร์  แต่ละคนประวัติไม่จืด ทั้ง โดนย้าย 24 ทั้ง มีคดีสอบทจริตติดตัวกันก็หลายคน อันยนี้ข่าวลอยลม ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย...บางคนก็เด็กมากๆ จนเรียกท่านไม่ลง...แล้วมันจะปกครองกันยังไงในอนาคต... เฮ้อ
เอ้าว่ากันถึงความคืบหน้าของสายทั่วไป...กรมฯ ก็ได้มีคำสั่งให้ แอดมิน ไปเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป...คำสั่งกรมราชทัณฑ์ ที่ 757/2557 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557 คณะทำงานมี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย 1.รอง อรท.ฝ่ายบริหาร 2.ผอ.หญิงกลาง 3.ผบ.บางขวาง 4. ผอ.สพน. 5. ผบ.รจจ.นนทบุรี 6.ผอ.สถาบัน 7.ผอ.กจ  8.หน.กลุ่มงานอัตรากำลังฯ เลขาฯ  โดยให้ คณะทำงานจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการประเภททั่วไป  ให้ไปศึกษา วิเคราะห์ ตั้งตุ๊กตามา ประกอบการการดำเนินการ โดยมี ผอ.กจ.เป็นหัวหน้า คณะทำงาน หน.กลุ่มงานอัตรากำลังฯ เป็นเลขาฯ ในคณะนี้มีกัน 11 คน เป็น อาวุโส 2 คน ชำนาญงาน 1 คน ก็คือแอดมินนี่แหละ (สรุป มีสายทั่วไปเข้าไปร่วม 3 คน นอกนั้น เป็นวิชาการทั้งหมด ที่อยู่ กจ.)....ไม่รู้เขาหมั่นใส้อะไร..ถึงเอาเข้าไปร่วมงาน...เอา ไม่ว่ากัน...ก็ถือเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ ไปพูด ไปฟังสิ่งที่กรมเขาคิดเขาทำ ว่าเขาต่อสู้ให้พวกเราสายทั่วไปแค่ใหน  ยังไง... โจทย์เขาให้มามี 2 ข้อ 
      1. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด รวามทั้งความเป็นไปได้ เพื่อกำหนดให้มีจำนวนตำแหน่งประเภททั่วไประดับ อาวุโส เพิ่มมากขึ้น  และ
      2. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด รวามทั้งความเป็นไปได้ เพื่อดำเนินการจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป
      ข้อสังเกต โจทย์ 2 ข้อ เขาใช้คำว่า ความเป็นไปได้ ทั้ง 2 ข้อ แสดงว่า จนท.กจ.ผู้มีหน้าที่ดำเนินการด้านนี้ เขาได้วิเคราะห์กันแล้วในเบื้องต้นว่าทำไม่ได้ คืออะไรหละครับ ก็คือเขามองแล้วว่ามันทำไม่ได้.... ยุ่งแล้วไงแล้วเอาพวกเราสายทั่วไปสอบเข้ามาทำไม ความก้า่วหน้าก็ไม่ให้ กำหนดก็ไม่ได้...คนที่เป็นคณะทำงานก็นักวิชาการชำนาญการ..ทั้งนั้น..เขามองประโยชน์ในการจัดทำคณะทำงานแบบใหน จริงใจหรือเปล่า เพราะหากสายทั่วไปอาวุโสมันได้ขึ้นมา ทั้งเปิดกรอบ ทั้งเพิ่มความก้าวหน้า ซึ่งในอนาคตก็ต้องแข่งกันทั้ง 2 สาย สิทธิพิเศษที่สายเขาพึงมีได้ กระทบกระเทือนแน่นอน ....
       ตามประสา แอดมิน เคยโทรเข้าไปหาข้อมูลเบื้องต้นกับ จนท.กจ.ที่เป็นคณะทำงาน ว่าที่ให้ศึกษาวิเคราะห์ อะไรต่างๆ ทางกรมได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว เช่น มีการหารือ กับ กระทรวง หรือ ก.พ.หรือไม่อย่างไร เอกสารพอจะมีให้ประกอบการศึกษาหรือเปล่า ประมาณนี้...เขาตอบแบบมีความหวังให้แอดมินดีใจหาย..มาทันทีเลยว่า..มันไม่มีทาง ไม่ได้ ด้วยประการทั้งพวง...ทั้งเพิ่มกรอบอัตรา และ การกำหนดความก้าวหน้าให้ สายทั่วไป..ชื่นสะดือจริงๆ กับคำตอบ แล้ว ยังตอกหน้า แอดมินกลับมาว่า...ก็ให้คุณไปศึกษาวิเคตราะห์มาซิคะ..(เก่งนักไอ้เวร..ชอบวิจารณ์ดีนัก..อันนี้คิดในใจ นะจ๊ะ ไม่ได้ว่าใคร ว่าตัวเอง..)..อยากจะบอกทิ้งท้ายไว้นิดนึง...การที่แอดมิน ทำเว็บไซต์วิจารณ์ ในเรื่องนี้ เพราะแอดมินถือว่าทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม มิได้ แสดงหรือวิจารณ์เพื่อให้ตัวแอดมินได้ประโยชน์ แต่เพียงผู้เดียว...นี่เป็นประโยชน์ของคนทั้งองค์กรราชทัณฑ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายทั่วไป...การติชม วิจารณ์ ต่างๆ ก็หวังให้ จนท.ผู้มีหน้าที่ในกรม ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ช่วยหาทางออกให้ข้าราชการด้วยกัน...แต่เมื่อรูปการณ์ มาแบบนี้แอดมิน ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ..ถ้าจะให้ดี พี่น้องราชทัณฑ์สายทั่วไปทั้งสาย...หากใครได้อ่านบทความนี้..อยากให้ช่วยแสดงความเห็นในเรื่องโจทย์ 2 ข้อให้ ให้แอดมินด้วย..เพื่อพวกเราจะได้มีแนวทาง สำหรับไปนำเสนอผู้ใหญ่บ้าง...ทั้งน้องปฏิบัติงานที่เข้ามาใหม่ และท่านชำนาญงานสูงวัย หรือท่านอาวุโสที่มีความรู้ รวมถึง ผู้คุมทุกท่าน ที่มีความสนใจ และมีความเห็นทางวิชาการในเรื่องนี้ช่วยกันมาคอมเม้นท์ด้วยครับ...สุดท้ายขอบคุณ พี่อาวุโส 55..ที่แสดงตัวเป็นแนวร่วม นี่ก็หนึ่งสายทั่วไปที่โดนกดขี่จนโงหัวไม่ขึ้น...ถึงเวลาที่เราจะช่วยกันเพื่อองค์กรราชทัณฑ์ของเราครับ....แอดมินขอคารวะทุกท่าน...
 

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

หาบทความในเน็ตที่สะท้อนชีวิต และการทำงานของผู้คุม พบโดยบังเอิญ: มาดามเฟ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

ท่องโลกเน็ตหาแนวร่วมผู้คุมที่แหกกฎ กบถ กล้านำเสนอแนวคิดที่ไม่ใช่การอวย นาย โลกสวย พกธงชาติ เป่านกหวีด ไปเจอมาเว็บหนึ่ง บทความดีมาก สำนวนประมาณ สะท้อนการทำงานได้ดีพอสมควร เลยอยากนำมาเผยแพร่ เขาใช้หัวข้อว่า "ความรู้รอบคุ(ผู้คุมประเภทคนเหล็ก)" เข้าไปอ่านดู เข้าท่าแฮะ สพท้อนอะไรได้หลายๆ อย่าง http://urll.us/wGnZhH ตามลิงค์ไปเลย Cr....http://www.nightsiam.com

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรือนจำอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะความเกลียดชัง เนื่องจากผู้คุมเลือกข้าง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์...
นานมากแล้ว ตั้งแต่มีแนวคิดทำมาหากินสร้างฐานครอบครัวพร้อมกับทำกิจการเพื่อบริหารความมั่นคงในอนาคต เนื่องจากสังคมกีฬาสี การเมืองแบ่งกลุ่ม อคติ ความเกลียดชัง จึงห่างหายจากการโพสต์ วันนี้จะเล่าเรื่องด้านนี้โดยเฉพาะ ในแง่ของผู้คุม เริ่มจากผู้คุมกลุ่มที่แปรจากการที่พวกเสื้อเหลือง หรือพันธมิตรเก่า กลายพันธ์มาเป็น หลากสี สลิ่ม กปปส. ทำไมต้องมาเน้นกลุ่มนี้ มันน่ากลัวสำหรับองค์กรราชทัณฑ์โดยรวม โดยส่วนตัวผมประกาศตัวไปแล้วว่าสีแดง-เวลาทำงานเป็นสีกากี(งดทุกสี) ที่เน้นกลุ่มนี้ และที่จะเล่าให้ฟัง แล้วท่านมององค์กรที่เราทำงานอยู่ ท่านจะเห็นความน่ากลัว ของพวกคนกลุ่มนี้ เราไม่วิจารณ์ในโซนภาคใต้ เนื่องจากเขามีความเป็นอยู่ และแนวคิดหลากหลาย เป็นที่รู้กันอยู่ แต่กำลังพูดถึงอันตรายของ เรือนจำ/ทัณฑสถาน ที่อยู่ในโซนที่ไม่ใช่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อีสาน กับ เหนือ.... 

เรามาพูดความจริงกับฐานแนวคิดของกลุ่มสลิ่มก่อน เฉพาะที่อยู่ในวงการราชทัณฑ์ 

ทุกวันนี้ที่เราเห็นแทรกซึมอยู่ตามเรือนจำ คือพวกกลายพันธ์จากพันธมิตรเหลืองล้วนๆ มาเป็นสลิ่มรักชาติ รักสถาบันทำเพื่อประชาชน กลุ่มผู้บริหารในเรือนจำ และกลุ่มที่เป็นสลิ่มใหม่ แต่จิตใจอำมหิต มือถือสากปากถือศิล คือพวก ที่จบ โท นิด้า เป็นกลุ่มหลัก คนพวกนี้ ทุกวันมีตำแหน่งในแต่ละเรือนจำ ทัณฑสถาน ใหญ่โต เป็น ผบ..ผอ.. นี้แหละอันตรายตัวจริง ...งานเรือนจำเป็นงานคลอบงำโดยแท้ การเล่นพวกในองค์กร สุดยอด ก็ดูจากที่เขาปรับแท่งสลายซี กรมราชทัณฑ์ ยังเอา บ่ามาคุมกัน เหมือนไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร....อ้างลำดับขั้นการบังคับบัญชา..ขอโทษ ถุยยย...ทุกวันนี้จึงเห็นสายหนึ่งถูกกดให้เป็นผู้ปฏิบัติ...อีสายถูกดันให้เป็นผู้บริหาร...ก้มหน้าก้มตาทำกันไป..


การเมืองที่ระบาดเข้าไปถึงนักโทษ

พูดถึงผู้คุมก่อน ในโซนอีสาน และเหนือทุกวันนี้ ภายในองค์กร ผู้คุม แบ่งสีแบ่งขั้วกันในทีอยู่แล้ว เว้นเรือนจำใดสุดโต่งจะว่าให้ฟังกันต่อไป แต่สิ่งที่ผู้คุมสองสีเป็นกันอยู่ในเรือนจำส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนี้

ผู้คุม เสื้อแดง: ไม่ครอบงำความคิด แสดงออกเฉพาะตน ไม่วิจารณ์สีอื่น ไม่เอาความเกลียดชังมาเป็นเส้นแบ่งเขตการทำงาน ไม่เอาเรื่องการเมืองไปครอบผู้ต้องขัง เพื่อผลการควบคุมปกครอง พื้นฐานมาจากความคิดแบบประชาธิปไตยลูกชาวบ้านหลานชาวนา ไม่ด่ากราด เหมารวม ไม่เอาสถาบันมาพูดเพ้อเจ้อ เคารพสักการะไว้บนที่สูง

ผู้คุม สลิ่ม: การแสดงออกตรงข้าม ชอบที่จะแสดงออกแนวคิดเพื่อครอบงำความคิดคนอื่นให้เชื่อตาม วิจารณ์คนที่เห็นต่างแบบไม่อาย ทั้งๆ ที่คนนั้นเขาก็อยู่เฉยๆ เอาความเกลียดชัง และอคติ ต่อ ทักษิณ เป็นที่ตั้ง แล้ว นำมาเหมารวม เกลียดชังคนอื่น ใครที่ไม่ใช่พวกตน โยนไปข้างนั้นหมด เหมาว่าชั่วหมด  เอาสถาบันมาห้อยปาก ว่าตัวเองทำเพื่อสถาบัน เอามาเล่นจนเลอะเทอะ ท่องคำว่าตนเป็นคนดีอยู่ทุกลมหายใจ แต่การกระทำชั่วสุดๆ

อยากบอกให้ฟังว่า สิ่งที่เห็นทั้งหมด เป็นการเมือง ทั้ง เหลือง แดง ม้อบ กปปส. สลิ่ม มันคือการเมือง ที่ต้องช่วงชิงอิทธิพลและอำนาจ แต่ผมแยกแยะ เพราะผมรู้ว่าตนเอง ทำงานอะไร อยู่เพื่อใคร และต้องทำอะไร  เคารพสิทธิ และความคิดคนอื่น....ใครที่รู้จักผมจะเห็นว่าส่วนตัวผมจะไม่ขัดแย้งกับใคร จะไม่โต้ และหงุดหงิดกับคนที่เห็นต่าง ในมุมนี้ ผมถือว่าทุกคนมีสิทธิในการคิด และพูดเป็นของตนเอง ...

แต่ในแง่การทำงาน ...ตัวงาน...มันไม่แบ่งสีนะครับ  ตัวงานคือสิ่งที่คุณต้องทำเพราะมันเกี่ยวพันกับองค์ประกอบรอบตัวคุณหลายอย่าง..ถ้า่คุณเป็นแล้วคุณแสดงออกสุดโต่ง..สิ่งที่ตามมาคืออะไร..ครอบครัวคุณไง...อย่าลืมนะครับ สังคมเขาไม่ได้เป็นแบบคุณไปหมด และอย่าคิดเองว่า สิ่งที่คุณเห็น และพวดกคุณเป็น เป็นคนหมู่มาก...นี่คือข้อเท็จจริงที่เลอะเทอะ เห็นแก่ตัวของคุณ..คำถามที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีคนถาม...หากลูกคุณไปโรงเรียนแล้วเกิดโรงเรียนนั้นอยู่ในกลุ่มที่เป็นสิ่งตรงข้ามกับคุณหละ ปัญหาเกิดกับใคร(คำถามที่เกิดกับลูกคุณจะกลายเป็นปมด้อยในอนาคตทันที)...เมียคุณไปตลาดแล้ว แม่ค้าในตลาดเคยมีลูกติดคุกอยู่กับคุณ แล้วโดนกระทำบางอย่างในเรือนจำเพราะว่าเขาเป็นสิ่งที่คิดไม่เหมือนคุณ คุณอาจสั่งลูกน้องคุณไปแกล้งเขา กดดันเขา อะำไรจะเกิดกับเมียคุณที่ตลาด....เอาแบบแง่ลบ ถ้าผู้ต้องขังคนนั้นผูกใจเจ็บแค้นคุณ แล้ว เจอ ลูก หลาน ญาติ เมีย คุณ... อะไรจะเกิดขึ้นเราไม่รู้ แต่ไม่ดีแน่ๆ

เชื่อหรือไม่...!!! จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดคนเสื้อแดง แต่ ผู้คุม เกือบทั้งเรือนจำ เป็น เสื้อเหลือง 80 เปอร์เซ็นต์ ... มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกีดกันการทำงานกันชัดเจน...!! ใครเห็นต่างเป็นแกะดำ  แต่ที่น่าเกลียด และไม่ควรจะทำอย่างยิ่งคือ เอา ผู้ต้องขังที่เป็นเสื้อเหลืองมาเป็นผู้ช่วยงาน กดขี่ผู้ต้องขังด้วยกัน อันนี้ อันตรายครับ...ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นคนอุดร พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นแดงหมด พอเข้าเรือนจำ ต้องแอบทำเนียนเป็นสีเหลืองด่ารัฐบาลใครแสดงตัว จะถูกทั้งผู้คุม และนักโทษด้วยกันที่เป็นเหลืองกลั่นแกล้ง กดขี่ ต่างๆ นานา ๆ.... เรือนจำอุดรเหมือนเป็นบ่อบ่มเพาะความเกลียดชังแก่สังคม...อันนี้ ญาติ และผู้ต้องขังบางคนที่ผมรู้จัก มาเล่าให้ฟัง (ด้วยความเคียดแค้น กัดฟันเล่าด้วยนะ)... ข่าวเล่าว่า มี ผอ.ส่วนสลิ่ม สายโทนิบ้า....คอยเล่นป่วนใต้ดิน แยกพรรคแยกพวกภายในเรือนจำ...ผบ..เป็นคนดีนะครับ...แต่ไอ้ ผอ.เหี้ยนี่แหละทำองค์กรพัง...ตอนอธิบดีมาเรือนจำอุดรพวกมันทำเป็นสนิทสนม ชื่นชม ลับหลังด่าอธิบดียังกะขี้ หาว่าเป็นเด็กทักษิณ.....

สุดท้าย - อยากบอกเพื่อนผู้คุมสลิ่มเอาบุญว่า วันใหนการเมือง และกลุ่มอำนาจเขาตกลงกันได้  เขาจะจูปปากกันเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่...สิ่งที่คุณเลือกและคุณเป็นวันนี้ ...สิ่งที่จะตามมาคือ...งาน...เพื่อนที่ทำงานกับคุณจะไม่เหมือนเดิม คุณทำอะไรกับใครไว้ เมื่อสงครามสี มันหมด คุณจะมองหน้ากันไม่ติด และทำงานกันไม่ได้ ความเป็นเพื่อนจะไม่มีในองค์กรคุณ ...

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ความก้าวหน้าไม่มี กำลังใจไม่มา ผู้คุมชำนาญงาน พลเมืองชั้นสอง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

นานๆ มาทีทำไมต้องจั่วหัวไว้อย่างนั้น เรื่องจริงที่ผู้คุม แท่งทั่วไปต้องเป็นและทำใจ ตอนนี้เห็นสายวิชาการเขาคึกคัก แข่งขันกันทำผลงานเพื่อประเมินคัดเลือกให้เป็นชำนาญการพิเศษ ก็ได้บ่นไปหลายกระทู้แล้วนะครับ คนที่อยู่ในระบบความเป็นจริงที่โหดร้ายในเรื่องนี้ทำให้หลายคนหมดกำลังใจท้อถอยในการทำงาน ผมก็ใส่เกียร์ว่างมาช่วงหนึ่ง ขอย้ำนะครับ ทุกวันนี้สายงานที่มีโอกาสที่จะก้าวหน้ามีแค่สายวิชาการเท่านั้น เขามีโอกาส ประเมิน หรือสอบทุกปี เพื่อขึ้นระดับในแท่งของเขา ถึงแม้สัดส่วนจะน้อย แต่ก็ยังถือว่ามีเส้นทาง
http://www.correct.go.th/pd2/Newpdnuke/html/
สถิติอัตรากำลัง กองการเจ้าหน้าที่
ท่านจะเห็นสัดส่วนของความก้าวหน้าในสายงานที่ไม่เป็นธรรม สายวิชาการ มีชำนาญการพิเศษรองรับ อย่างน้อย 181 อัตรา หมุนเวียน จากคน 3149 คน หากไล่อาวุโสในสายงาน ทุกคนก็มีสิทธิที่จะเกษียณ ในตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ก็ยังดีครับ ยังมองเห็นอยู่ แต่ ดูอีกสายหนึ่งครับ สายทั่วไป ชำนาญงาน 5301 คน ต้องไปช่วงชิง อาวุโสที่ 65 คน โคตรก้าวหน้าเลยครับ ไล่อาวุโสกันจนเกษียณ ไม่รู้จะถึงคิวหรือเปล่า ยิ่งกว่าลูกเมียน้อยคนที่หนึ่ง ผมว่าผู้คุมสายปฏิืบัติงานเป็นลูกคนใช้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ลูกเมียน้อย ความก้าวหน้าตามสัดสา่วน แทบเป็น 0 ผมเคยบอกแล้วนะครับปัญหาในอนาคตคือ จะไม่มีใครเคารพใคร การบังคับบัญชาจะมีปัญหา เนื่องจากความไม่สมดุล
http://www.correct.go.th/correct2009/readnews.php?&news_id=415
 ประกาศ อ.ก.พ.กรม 
ทำไมต้องเอาประกาศ อ.ก.พ.กรม มาให้ดู เนื่องจาก พรบ.ข้าราชการพลเรือน 2551 ได้กำหนดให้ กระทรวง กรม กำหนดคุณสมบัติ และเส้นทางการขึ้นในระดับที่สูงกกว่า ของข้าราชการในสังกัดตนเอง ท่านจะเห็นว่า ทุกสายมีความก้าวหน้าหมด มีที่มามีที่จะไป ยกเว้น สายเดียวคือสายทั่วไป ซึ่งหยุดอยู่ที่ ชำนาญงาน ไม่มี ความก้าวหน้าในตำแหน่ง อาวุโส หากมีผู้ใหญ่ในกรมคนใด ได้ผ่านมาอ่าน เอาคนที่มีอำนาจ และที่เติบโตมาจากระดับเล็กๆ ช่วยเมตตา ผลักดันให้ด้วยครับ ผู้คุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายทั่วไป เป็นกำลังหลัก มีประสบการณ์สูง วุฒิปริญญา ก็มีกันแทบทุกคน ขาดอย่างเดียวคือ "โอกาส"

อนาคตผู้คุมปฏิบัติของราชทัณฑ์ ก็จะประมาณตามภาพนี้ เท่าที่คุยกับพรรคพวกผู้คุมสายทั่วไปเหมือนกัน เขาไม่ได้อยากเป็น ผบ/ผอ หรอกครับ แค่เขาอยากเกษียณ ในตำแหน่งที่อัตราเงินเดือนมันสูงพอที่จะให้บำนาญ มันสามารถเลี้ยงตัวเองได้ตอนแก่ สิ่งที่โดนปกปิดก็คือ  ชำนาญการ เกษียณ กับ ชำนาญงาน เกษียณ เงิน บำนาญคนละเรื่องเลยครับ งานในหน้าที่เท่ากัน ความรับผิดชอบไม่ต่างกัน ในการปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงานหนักกว่าด้วยซ้ำไป  จะหาใครมาเห็นใจช่วยผลักดัน เปิดอัตราตำแหน่งอาวุโส เหมือน กรมตำรวจ ที่ให้กลุ่มตำแหน่งประทวน ได้เกษียณสัญญาบัตร .... ก็หวังลึกๆว่า ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ คงได้ผ่านมาอ่าน และผลักดันให้เกิดความสมดุลที.... หากไม่มี ลูกคนใช้อย่างแท่งทั่วไป ก็คงต้องไปไหว้ขอความเห็นใจกับต้นโพธิ์ต้นไทร ไปวันๆ....จบแล้วครับ นานๆ บ่นที คอมเม้นท์กันเต็มที่นะครับ

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หรือผู้คุมจะถึงทางตัน

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ผู้คุมเราทุกวันนี้ กำลังโดนกระแสอะไรบางอย่างกดดันอย่างเงียบๆ ว่ามั๊ยครับ ความอึดอัดในการทำงาน การเลือกปฏิบัติ ทุกวันนี้มีการแบ่งสายชัดเจนในเรือนจำ คนกรมฯ จะไม่รู้สึก แต่คนเรือนจำ รู้สึกได้ ความก้าวหน้าไม่มี (สังเกตให้ดีสอบ ช.พิเศษ เที่ยวนี้ คนกรมฯ เข้าวินเพียบ - เอ่อ.. สายทั่วไปไม่ต้องหวังอะไรนะครับ เพราะเขาให้คุณเกษียณแค่ชำนาญงาน) คุณภาพชีวิตก็แย่ลง ผู้คนรุ่นเก่าๆ อายุงาน 15 ปี ขึ้น ได้แต่ปลงจะไปใหนก็ไม่ได้ ยังรู้สึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของราชทัณ์ฑอยู่ยังมีใจอยู่ ว่างั้นเถอะ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ระบบงานเรือนจำ งานเท่าเดิม และมีแนวโน้มว่าจะเยอะกว่าเดิม แต่หาบุคคลกรจะมาทำหน้าที่แทบไม่มี เช่น งานการเงิน  พัสดุ งานบัญชี  เนื่องจากงานพวกนี้มันเสี่ยงมาก (ปล.ขอนแก่นโดนฟันแล้วครับ 2 ล้านก่าๆ เจ้าหน้าที่ถูกหวยกันระนาว ทั้งที่เกี่ยวโดยตรง เกี่ยวแบบเฉี่ยวๆ บวกกรรมกร เอ้ย กรรมการ รอบข้าง) งานเอกสาร นโยบาย ตัวชี้วัด

 พวกนี้เป็นงานเอกสารจุกจิก ต้องเป็นคอมฯ เป็นโปรแกรมเวิร์ด เอ๊กเซล ไม่งั้นไปไม่ได้ แถมมานั่งทำงานต้องมาคอยประคบประหงมเครื่องคอมฯ สำนักงานที่ใช้แบบคุ้มสุดๆ ซ่อมเล็กซ่อมน้อย ก็ต้องควักตังเอง แถมกระดาษหมดก็เบิกยากแสนยาก ทุกวันนี้เราจึงเห็นผู้คุมเลือดใหม่ เลือกที่จะอยู่ภายในคุกมากกว่า (คุมผู้ต้องขัง )อย่างน้อยเลิกงานก็ไม่มีอะไรพัวพันเหมือนเจ้าหน้าที่ การเงินบัญชี นโยบายแผน กลับบ้านตรงเวลา มานั่งดูหน้าลูกเมียตั้งวงกินเหล้านินทาจ้าวนายสบายแฮ...ท่านมองรอบตัว ท่านจะเห็นความเหลื่อมล้ำ ความเสื่อมศรัทธา อนาคตอันใกล้ สายบังคับบัญชาจะพัง เอาเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ก็ใส่เกียร์ว่าง เด็กมาเป็นใหญ่ใช้จะใครก็ไม่ได้ จะเรียกท่านก็กระดากปาก ทำไมถึงว่าอย่างนั้น มองใกล้ๆ ตัวท่าน ทำงานมาไม่กี่ปี เป็นลูกเวร อยู่ดีๆ พอได้เป็นชำนาญการ ไม่ยอมเข้าลูกเวรซะงั้น งอแงขอเข้าผู้ช่วยพัสดี พอได้รับงานใหญ่ผู้ใหญ่เอ็นดูก็ไปไม่เป็นเพราะประสานงานใครไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนเก่าๆ ผู้คุมเก่าสายทั่วไปมือฉมังทำงานไว ก็ส่ายหัวเก็บปากเก็บความคิด เดินเข้าเวร แล้วแต่มันจะเป็นไป....เรือนจำไม่ใช่ของตรู หมดยุคแล้ว ขอแก่กะโหลกกะลาดีกว่า ให้เด็กใหม่สายวิชาการทำงานกันไป ... ว่าแล้วก็เดินเข้าเวรเงียบๆ คนเดียว ฮิ้ววว...นานๆมาทีก็บ่นงี้หละครับ อย่าว่ากัน อ่านกันเพลินๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ อ้อ ตอนนี้ผู้คุมต่างจังหวัดเขามีแนวคิดใหม่แล้ว เดี๋ยวกระทู้หน้าว่ากัน กระทู้นี้ไปก่อนแล้วครับ บายยย.....  เซ็งเป็ด

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

คอมเม้นที่ดี ต้องมีการนำเสนอ ผู้คุมบางคนเริ่มตื่นตัวแล้ว แล้วคุณหล่ะ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ และคำถาม ตามกระทู้นี้ คลิ๊ก

หัวหน้าPhaiwal ครับ
ผม ผู้คุม "อาวุโส" นะ อาวุโสทั้งงานทั้งวัย ทั้งตำแหน่งปัจจุบัน เชื่อไหม ผมก็ทำของผมไปเรี่อย ไม่เห็นมีใครมากล้าตอแย เพราะตอนเป็น ซี 5 ผมก็เป็นหัวหน้าฝ่าย ตอนที่เขาเป็นชำนาญงาน ผมก็เป็นหัวหน้าฝ่าย พอเป็น " อาวุโส " เลยยังเป็นหัวหน้าฝ่ายเหมือนเดิม ติดนิดนึงตรงที่ว่า เขาให้เป็นผ้ช่วยพัศดีเวร ชำนาญการเป็นพัศดีเวร หัวหน้าหาข้อมูลช่วยหน่อยว่า ซี 6 ว. ปี 50 เป็นชำนาญการตามระบบแท่งใหม่ เมื่อ 51 กับผม อาวุโส 55 ใครอาวุโสกันแน่ ผมเถียงเขาในบอร์ด (เสียงข้างน้อย) สู้เขาไม่ได้ เท่าที่รู้ อาวุโส คือระดับ 7-8 เดิม ส่วน 6 หรือ 6 ว.เดิม เขา 6 หรือ 7 เดิม ถามเอาความรู้จริง ๆ เขาเรียงอาวุโสอย่างไร เอาเอกสารอ้างอิงด้วยก็ดี จะล้างหน้า บ-อ-ด ให้ตาใสให้ได้ ขอบคุณครับ
"อาวุโส55"

เรื่องลดช่อ ผมดำเนินการแล้ว ชำนาญการต่อต้านใหญ่ อยากลดก็ลดอาวุโสด้วย เพราะอาวุโส ต่ำกว่าชำนาญการ ผมไม่มีข้อมูลที่จะตอบโต้ ได้แต่นิ่ง เพราะในกรรมการบริหาร มีแต่น้องๆ ลูกหลาน ทั้งนั้นที่เป็นบอร์ด ขึ้นสายงานนี้เมื่อ ปี 51 ทั้งนั้น จาก ซี 6 และ 6 ว. ส่วนผม อาวุโส รุ่นสอบ 54 แต่งตั้ง 55 เขาหาว่า...เปรียบได้กับ จ-ป-ร (เจ็บไหม ) ดังนั้น จะทาบรัศมีจปร.ได้อย่างไร ? สรุปแล้วเขาไม่เห็นด้วย ทะเลาะกันพอสมควร เลยตัดสินใจ ไม่ส่งความเห็น เพราะผู้บริหาร เขาค่อนข้างเอนไปทาง ช่อ..ชำนาญการ ส่วนช่อ อาวุโส เฉย ๆ มีไม่มีไม่เห็นไปไร ข้า... อาวุโส หัวหน้าฝ่ายเหมือนเอง..... " อาวุโส 55"

ขอบคุณ คุณอาวุโส 55 ครับ ...... เป็นการส่งสารที่ดี และตรง ผมขอตอบในแบบสำนวนของผม ส่วนเอกสารต่างๆ ในกระทู้เก่าๆ ก็ค่อนข้างละเอียดครับลองกลับไปค้นดู แต่ไม่เป็นไร ผมจะเอามารีเม็กซ์ให้ดูกันใหม่...เอกสารเดี๋ยวผมขอเวลารวบรวม แล้วจะโพสต์ให้ไหม่..แต่ตอนนี้เอาเป็นว่า ...

ที่เขากดสายทั่วไป เพราะว่า.......
อาวุโส สามารถขึ้น อำนวยการระดับต้นได้เลย โดยไม่เกี่ยวกับ ป.ตรี  ตามหนังสือ ว กพ (กำลังค้นคว้าหามาให้ดู แต่ตามกระทู้เก่าๆ ก็มีนะ) หมายถึงสามารถประเมิน หรือคัดเลือก ตามที่ อกพ กำหนด แข่งขันกับ ชำนาญการพิเศษ ขึ้น อ.ต้น(ผบ/ผอ) ได้เลย
แต่....สายวิชาการ ต้องผ่าน ชำนาญการพิเศษก่อน นี่แหละคือเหตุผลใหญ่ที่เขากดเรา กรมฯ รู้อยู่แก่ใจ แต่ทำเป็นเงียบ เพราะ เขากลัว ว่า หากเปิดอาวุโส เมื่อไหร่ พวกที่จะได้เป็น ผบ ผอ คือสายทั่วไป

ง่ายๆ เลยครับ หากปล่อยให้มีอาวุโส จะทำใ้ห้ระบบการสรรหาผู้บริหาร(เฉพาะของกรมราชทัณฑ์) ที่จริงๆ แล้ว ผู้บริหาร(ผบ/ผอ)สามารถนำมาเลื่อนได้ทั้งสองสาย หมายถึง เลื่อนขึ้นได้ถึงตำแหน่ง ประเภท อำนวยการ ระดับ ต้น ครับ ซึ่ง.... สายทั่วไปจะเร็วกว่ามาก หากมา จากอาวุโส.....หากปล่อยให้มีตำแหน่งอาวุโสมากๆ พวกที่เข้าเกณฑ์จะได้เป็น ผบ/ผอ คือพวกเรานี่แหล่ะ รวมถึงท่าน อาวุโส 55 ด้วย เขากลัวตรงนี้จริงๆ ครับ พวก นิติกร กรมฯ และ พวกนักวิชาการ ที่อยู่ กจ กรมฯ รู้ดี ผมเคยบอกแล้วว่าหากการปรับเปลี่ยนใดที่คนกรมฯ ไม่ได้ประโยชน์ เขาจะไม่ดิ้นรนให้ คนที่อยู่กรมฯ ใครที่ได้อ่าน แล้วลองมาตอบผมดูหน่อยว่าจริงมั๊ย.... เขาปิด แม้กระทั่ง ผู้บริหาร โดยเฉพาะ อกพ.กรมฯ โดนพวกนี้ปิดหูปิดตาหมด อีกปัจจัยหนึ่งคือ พวก อกพ.กรมฯ ที่เป็น ชำนาญการพิเศษตอนนี้ คือพวกที่เป็น ซี 8 เดิม ซะส่วนใหญ่ ที่ถูกปัด(แบบมั่วๆ)มาเป็น ชำนาญการพิเศษ ต่างคนต่างก็หวังจะเป็น อ.ต้น(ผบ/ผอ) ทั้งนั้น  หากเปิดสาย อาวุโสขึ้นมา พวกนี้จะขึ้น อ.ต้น ไม่ง่าย เพราะ พวก อาวุโส ที่เป็น ซี 7 เดิม ที่ไม่มี ป.ตรี สามารถแข่งขันได้ ตามการเลื่อนใหลในสายงานที่ กพ กำหนด  ตาม พรบ.51(เดี๋ยวผมจะค้นเอกสารมาลงให้) หน่วยงานอื่น ตำแหน่ง อาวุโส เขาเรียก ท่าน นะครับ  ท่าน อาวุโส 55 คิดเอาเองแล้วกัน ว่าตำแหน่งท่านสูงกว่าชำนาญการ หรือเปล่า ตัวอย่างง่ายๆ ของกรมการปกครอง เจ้าพนักงานปกครอง อาวุโส กับ นักวิชาการปกครอง ชำนาญการพิเศษ เขาเรียก ป.อาวุโส เท่ากันนะครับ เขาเรียก ท่าน นะครับ เลื่อนขึ้น นายอำเภอ ได้ทั้งสองสายตำแหน่ง เพราะเขาไม่มี บ่า กำหนด..... กระทู้เก่าๆ ลองดูกระทู้นี้ก็ได้ครับ คลิ๊กเลย  แถมเอกสารตอน อกพ.กรมฯเรา ประกาศ รับสมัคร อ.ต้น ก็ชัดเจน ว่าอาวุโสไปได้ถึงใหน(ไม่เกี่ยวกับ ป ตรี เลย) โหลดไปศึกษาดู สำรอง LINK CLICK ไม่ต้องเชื่อผมนะ อ่านแล้ว ลองไปศึกษาค้นคว้าดูเพิ่มเติม...ปล.. พวกที่ มาจาก 6 ว.เขาสายตรง เขาได้เปรียบ พวก 6 ธรรมดา ที่ไม่ได้เริ่มจากสาย วิชาการ แต่โดนกรมฯ ต้ม โดยอ้าง ป.ตรี แล้วมาปัดเป็น ชำนาญการ พวกนี้ ไม่รู้ตัวเองว่า ไม่สามารถขึ้นชำนาญการพิเศษได้ เพราะการขึ้น ชำนาญการพิเศษ คุณต้องครองสายงานต่อเนื่องอย่างน้อย 8 ปี ไม่ใช่ครองวุฒิ ป ตรี อย่างที่หลายคนเข้าใจ ถึงจะขึ้น ชำนาญการพิเศษได้... ง่ายๆ พวก ป๋า ที่เป็น ซี 6 เดิม ที่มาจาก จบห.ราชทัณฑ์ ทั้งหลาย เขาบังคับให้มาเอามาเกษียณ ที่ ชำนาญการ ครับ อิอิ.... (สังเกตอีกนิด พวกที่ได้ ชำนาญการพิเศษ ตอนเดือนเมษายน ปีที่แล้ว ซี 7 เดิม ทั้งนั้นนะครับ และจะเป็นชำนาญการพิเศษรุ่นสุดท้ายของพวกที่ถูกปัดขึ้นชำนาญการที่เป็น ซี 7 เดิม...พวก ซี 6 ปัดชำนาญการ... หมดสิทธิ์ ต้องไปต่อคิว พวก สายตรง.... ตอนนี้ อกพ กรมก็กำหนดทิศทางการเลื่อนให้เอื้อ กับพวกสายตรงแล้วครับ..ท่านทั้งหลาย)ศึกษาให้มากๆ ครับ ข้อมูลอยู่ในเน็ตนี่แหละ...บาย  


วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มุมมองสะท้อนชีวิต ผู้คุม อ่านแล้วคิดกันเอาเอง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ที่ผ่านมาพอดีได้เจอเหตุการณ์บางอย่างเข้าโดยบังเอิญ ก็อยากจะเล่าให้ฟัง มันอาจสะท้อนอะไรได้บ้าง ประมาณว่า มีอยู่ 2 เหตุการณ์ เริ่มเลยแล้วกัน
เหตุการณ์แรก - ประมาณ สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงที่กรมราชทัณฑ์รับสมัคร ชำนาญการพิเศษ วันนั้น นั่งทำงานอยู่โต๊ะคอมมุมห้อง กำลังนั่งคิดโครงการให้เรือนจำอยู่ เป็นช่วงกลางวัน ถัดไปอีกสองช่วงโต๊ะ น้องๆ ชำนาญการใหม่ สามคน ประมาณว่า เพิ่งติดมาไม่นานทั้งสามคน รุ่นบรรจุ ปี 44-45 อายุอานามก็ราวๆ 30-33 ปี นี่แหละ เขาคุยกันเราเผอิญได้ยิน ประมาณว่า
ชก.1 - สมัครชำนาญการพิเศษกันหรือยังผมส่งแล้วนะ
ชก.2 - ผมกำลังทำผลงานอยู่รอกันหน่อยซิ
ชก.3 - ช่วยผมทำหน่อย แต่เราเพิ่งเป็น ชก.สองปีเองมีสิทธิได้เหรอ
ชก.1 - เฮ้ย สายเราเขาให้มาโตมีตำแหน่งรออยู่แล้ว ปีนี้ไม่ได้ ปีหน้าก็ประเมินผลงานส่งกรมฯคัดเลือกใหม่  ตำแหน่ง ชำนาญการพิเศษ มีคนเกษียณ ทุกปีอยู่แล้ว
ชก.2 - โชคดีนะที่พวกเราอยู่สายนี้ (เขาพูดกันเหมือนเราไม่มีตัวตนนั่งอยู่ในห้องเลย อันนี้ เรื่องจริง)
ชก.3 - งานเป็นไงมั่งเห็น นายเร่งนโยบาย กับจังหวัดอยู่
ชก.1 -  ก็ตามกระแสไปเรื่อยๆ นายว่าไงก็ว่างั้น ให้พี่... ที่เขาเก่งนโยบายทำไป เราก็ตามน้ำ ปีนี้ ได้ดีมากก็ถือว่ากำไรแล้ว
ชก.2 - หิวข้าวแล้ว ออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า....
แล้ว ชก.ทั้งสามก็ออกไปหาอะไรกินก่อนออกจากห้องน้องคนนึงคงมองเห็นเรา แล้วทำเป็นชวนไปกินข้าว เราก็นึกในใจ ไอ้ห่า กูนึกว่ากูไม่มีตัวตนซะแล้ว...55555  จบเหตุการณ์ที่หนึ่ง...
เหตุการณ์ที่สอง - เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่เอง เราเข้าเวรเรือนนอน ผลัด 1 หลังจากเก็บคนขึ้นขังเสร็จ เราก็มารอพวกกลับจากศาล ที่ห้องควบคุม เจอ ป๋า....(ไม่ออกชื่อแล้วกัน)ซึ่งเข้าเวรผลัด 2 ป๋าคนนี้ ประมาณว่า เหลืออีก 4 ปี จะเกษียณ แกนั่งทำหน้าเซ้งๆ เราเลยเข้าไปนั่งข้างๆ เลยได้คุยกันประมาณว่า
ป๋า - ไอ้น้อง ป๋า เก็บขังแล้ว วันนี้ รถข้าวสารเข้ามา ป๋าต้องไปตรวจรับอีก เขาให้เป็นกรรมการ เหนื่อยวะ
เรา - ก็ตามหน้าที่นะป๋า ต้องทำใจ
ป๋า - (ทำหน้าเหมือนมีอารมย์)ไอ้น้อง พวกชำนาญการมันทำอะไรมั่งวะ ทุกวันนี้มีแต่พวกเราชำนาญงานเท่านั้นที่ทำงานรับผิดชอบทุกอย่าง เวรต้องเข้าเวรผลัด เป็นคณะกรรมการภายในให้วุ่นไปหมด เดี๋ยวรถข้าวมา รถขนไม้เข้ามา ก็มีแต่พวกเรา ไปคอยระวังคอยตรวจคอยค้น มีความผิดเราโดนก่อน ความเสี่ยงตกอยู่กับพวกเราหมด พรุ่งนี้ออกเวร ป๋าต้องไปเฝ้าผู้ป่วยโรงบาลนอกอีก ลำบากชิกหาย
เรา - ป๋าใจเย็นๆ เรือนจำเราผู้คุมเด็กๆ ไม่ค่อยมีเรารุ่นใหญ่ก็รับภาระไปก็แล้วกัน
ป๋า -  (จ้องหน้าเรา)ทำไมมันจะไม่มีผู้คุมเด็กๆ มันมีแต่มันเป็น ชำนาญการ กันหมด กูสอนงานมาทั้งนั้น พอติดบ่า เขาก็ตั้งมันเป็นหัวหน้างาน ไอ้.... ตอนนี้มันเป็น หน.ฝ่าย แล้วนะ ป๋าสอนงานมันแต่บรรจุ ทำงานได้แค่ใหน ป๋ารู้ แต่ แม่ง ผบ ชอบมัน เลยได้เป็น แต่ ป๋า ไม่เข้าใจว่ะ พวกนี้ ทำใมเขาไม่จัดเวรผลัดให้มันบ้าง พอติดบ่า ก็จัดมันเข้า ผู้ช่วยพัสดี เวรตรวจค้นพิเศษ เวรสูทกรรม เวรนอนทั้งนั้น มันมีระเบียบเหรอวะ กูไม่เข้าใจ ทำงานจนเหี่ยวแล้วแทนที่จะได้สบายบ้างต้องมานั่งเวรผลัดเป็นเพื่อนกัน เฮ้อออ...ป๋าคงไม่อยู่จนเกษียณ รอโครงการเออรี่ย์ ปีนี้ปีหน้า ถ้าได้ค่าตอบแทนดีๆ คงต้องไปแล้ว เอ็งอยู่ก็สู้ต่อไปนะ ไปละ ป๋าไปรับรถข้าวสารก่อน
ว่าแล้วแกก็เดินออกจากห้องไป.......เราก็เลยนั่งคิดทบทวนคำพูดป๋าแก เราก็เลยนั่งซึม ป๋ายังโชคดี ที่เหลือเวลาโดนกดขี่อีกไม่มาก แต่คนที่เหลืออายุงานเยอะๆ นี่ซิ ต้องทำไงวะ เหลืออายุงานอีก 18 ปี ภาค ก.กพ ก็ไม่มี ถึงมีจะไปสอบเปลี่ยนสาย ก็ต้องมานั่งเป็นรุ่นน้องไอ้พวกมาสายตรงอีกบาน ที่สำคัญไม่รู้จะสอบได้หรือเปล่า วิ่งก็ไม่ไหว ไขข้อกิน ....เฮ้อออ...สองเรื่องนี้สะท้อนอะไร ท่านผู้คุม หรือใครที่ได้อ่าน ก็ลองพิจารณาเอาเองนะครับ ว่ามันสะท้อนอะไรในความเป็นจริงของราชทัณฑ์วันนี้ ความเหลื่อมล้ำเรื่องความก้าวหน้า ความไม่เป็นธรรมในการทำงาน .... ขอบคุณที่ทนอ่านครับ ยินดีน้อมรับทุกคอมเม้นท์..อยากให้ผู้ใหญ่ในกรมฯผ่านมาอ่านบ้างจะได้มีข้อคิดดีๆ ในการพัฒนาบุคลากรในองค์กรราชทัณฑ์เรา....บาย