วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประวัติท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ประวัติ ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ท่านวิทยา สุริยวงศ์ 
คุณวิทยา สุริยวงศ์ เป็นชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด จบการศึกษาจากโรงเรียนปรินส์รอแยลและโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

การศึกษา/ฝึกอบรม

: สังคมสงเคราะห์ศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
: อาชญาวิทยามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
(Master of Criminology, The University of Melbourne, Australia)
: นักบริหารงานราชทัณฑ์ระดับสูง กรมราชทัณฑ์ : นักบริหารระดับสูง (นบส.) ๔๔ สำนักงาน ก.พ.
: การป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ๒๕๕๒
: นักบริหารการยุติธรรมทางปกครอง ระดับสูง (บยป.) รุ่นที่ ๒
: สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP ๑๔๘/๒๕๕๔)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC ๑๓/๒๕๕๔)
: ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรม ระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ ๑๖
: Prison Administration, Singapore,
: Crime Prevention and Treatment of Offenders, Japan
: Management of Vocational Training, Italy
: Human Rights and Humanitarian Laws, LUND University, Sweden
: Management of Penal Institutions, Japan
: Law Enforcement Administration, USA
: International Crime Issues, IVLP, USA
: Senior Executive Program (๖๓) London Business School, University of London, UK 


ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์ กรมราชทัณฑ์ 

ประสบการณ์การทำงาน

: ดำรงตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการที่กรมราชทัณฑ์รวม ๕ ตำแหน่ง ได้แก่
- ผู้อำนวยการส่วนการราชทัณฑ์ต่างประเทศ
- ผู้อำนวยการส่วนมาตรการควบคุมผู้ต้องขัง
- ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการราชทัณฑ์
- ผู้อำนวยการกองแผนงาน
- ผู้อำนวยการกองคลัง
: ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม
: รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม
: ผู้อำนวยการสำนักงานเตรียมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ ๑๑ (The Eleventh United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๘
: ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ประจำสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรม (Regional Expert in Crime Prevention and Criminal Justice for the UN Office on Drug and Crime)
: ผู้อำนวยการโครงการ ELFI (Enhancing Lives of Female Inmates) ในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
: เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๒ - ๒๕๕๕
: ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ
: ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

ถวายงานพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัขรกิติยาภา

ด้วยความเป็นลูกหม้อของกรมราชทัณฑ์

ตั้งแต่แรกเริ่มราชการกระทั่ง

ดำรงตำแหน่งในระดับผู้อำนวยการ

ของกรมราชทัณฑ์รวม ๕ ตำแหน่ง

นับว่าท่านเป็นบุคคลที่เป็นลูกหม้อ

และเข้าใจงานของกรมราชทัณฑ์อย่างถ่องแท้

เครดิต...http://www.oknation.net/blog/nfedlion/2014/07/04/entry-1

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อนุศาสนาจารย์ ผู้คุมนอกสายตา

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
             สวัสดีพี่น้องผู้คุมทั่วประเทศ ห่างหายไปนานอีกเช่นเคย มาถึงวาระออกพรรษา ก็มาพบปะกันซะหน่อย...เกี่ยวไรวะ..อิอิ.. ความคืบหน้ากรณี ความก้าวหน้าสายทั่วไป ก็ยังไม่คืบหน้าอะไร ... อาจเนื่องจากความผันผวนทางการเมือง...เกี่ยวมั้ย..ก็อย่างว่าครับ กรมราชทัณฑ์ สายวิชาการ เป็นเทวดา สายทั่วไปเป็นแรงงานรับจ้าง...พอเข้ามาดูหนังสือเวียนเห็นหนังสือเกี่ยวกับตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ หนังสือที่ ยธ 0702.1/28754 ลงวันที่ 1 กันยายน 2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการเพิ่มใหม่ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่มีลักษณะงานด้านการอบรมและพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง...โหลดหนังสือคลิ๊กเลย....เนื้อหาประมาณว่า ทางกรมได้ไปขอให้ ก.พ.กำหนดตำแหน่งด้านการพัฒนาจิตใจมาเป็นสายวิชาการ เรียกว่าตำแหน่งศาสนากร ว่างั้น...ซึ่ง ก.พ.ก็ได้ตอบกลับมาอย่างเด็กขาดว่า บ่ได้ บ่ได้...แถมยังสอนมวยกลับมาว่า ตำแหน่งอนุศาสนาจารย์ หากจะปรับปรุงให้เจ้า นำเสนอ อ.ก.พ.กระทรวงเพื่อกำหนดตำแหน่ง โดยไปพิจารณาตำแหน่งนักทัณฑ์ที่เป็นตำแหน่งหลักทางวิชาการของคุณ ให้ทำงานครอบคลุมซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องมาปรับเปลี่ยนให้วุ่นวาย...หลักเกณฑ์ต่างๆ ก็ไปว่ากันตาม ว.17 ปี 2552 เด้อ...ปิดท้ายหนังสือ กรมราชทัณฑ์ ยังบอกอีกว่า ถ้าอยากเป็นนักวิชาการก็ไปสอบ ภาค ก.ซิ แล้วเปลี่ยนเป็นนักทัณฑ์ซะ...เพราะทุกวันนี้ อยากเติบโตก้าวหน้า ต้องมาเป็นนักทัณฑ์เท่านั้น...
              อ่านแล้วท่านเห็นอะไร...ผมไม่รู้นะ เพื่อนผู้คุมหลายท่านอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน...แต่สิ่งที่ผมเห็นคือ
               1. สงสารสายงานอนุศาสนาจารย์กรมราชทัณฑ์....
               2. มุมมองของคนที่อยู่กรมราชทัณฑ์ในการที่จะหาทางก้าวหน้าให้สายงานอื่นที่ไม่ใช่วิชาการ...โดยเฉพาะผู้ใหญ่บางท่าน
               3.การทำงานของหน่วยงานที่เป็นปากเป็นเสียงให้ข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ทุกสายงาน เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ (กจ) ไม่เอาทะเล...


               ทำไมถึงว่าอย่างนั้น สายงานอนุศาสนาจารย์ ใครเข้ามากว่าจะได้ชำนาญงาน ต้องอายุงาน ถึง 9 ปี นี่คืออะไรครับ นี่คือเงินเดือนคุณต้องกินในระดับปฏิบัติการ และค่าตอบแทนกลาง มิดพ้อยท์ ในการตอบแทนประจำปี ต้องเป็น ..ปฏิบัติงาน...ตั้ง 9 ปี...ในขณะที่เด็ก ป.ตรี เข้ามาในระบบใหม่ เป็นนักทัณฑเทวดา ..ประเคน เงินเดือน บวกครองชีพ 15,000 และอยู่เล่นๆ แบบ ไม่ต้องเข้าเวร ไม่เปลืองตัว ซัก 6 ปี ก็ได้ 1 ดาว กับ 1 ช่อ แล้ว  การวิ่งของค่าตอบแทน ผิดกัน คุณภาพคน ผิดกัน ตอนนี้หัวอกเดียวกับสายทั่วไปที่ ไปรอเกษียณที่ชำนาญงาน ความก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง...
               มุมมองของคนที่อยู่ในกรมราชทัณฑ์ นี่คือเรื่องจริง เขาดันไปมองแบบตำรวจ ทหาร คือเขาถือว่า สายเทวดาหากเทียบเป็นสัญญาบัตร เป็นผู้บริหาร..ซึ่งจำเป็นต้องมีการบังคับบัญชาที่เหมือน หรือใกล้เคียงกัน .แต่เขาลืมมองความจริงที่ว่า เราเป็นข้าราชการพลเรือน ลักษณะงานเราอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ทำงานคละกัน ทุกคนเป็นผู้คุมหมด...สมัยก่อน ผู้คุมเรา เคารพ กันด้วยคุณวุฒิวัยวุฒิ เพราะทุกคนถือว่า เท่าเทียมกันในเรื่องความก้าวหน้าการเติบโต เพราะระบบมันไล่ซีกัน 4 ไป 5   5 ไป 6   6 ไป 7  7 ไป 8 ซึ่งสามารถแข่งขันกันได้ทุกสายงาน ทุกวันนี้ต้องเป็นสายนักทัณฑเทวดาเท่านั้นถึงมีสิทธิ...อย่ามาพูดเรื่องความเท่าเทียมเลยครับ...อายปาก
               หน่วยงานที่เป็น ปากเสียง ผมเคยสอบถามหลายคน นะเกี่ยวกับทัศนะคติของคนพวกนี้ พวกนี้เขามองแต่ตัวเอง เขาไม่มองผู้คุมทั้งประเทศ เขามองแค่คนไนกรมฯ และสายวิชาการเท่านั้น พอผมชวนคุยเรื่องตำแหน่งอาวุโส ทำไมไม่เปิดตำแหน่ง  เขาว่าไงรู้มั้ยครับ  เขาบอกว่า ตำแหน่งอาวุโสเอาไว้ให้คนใกล้เกษียณ เพราะคำว่า อาวุโสก็บอกอยู่แล้ว...ผมก็พูดไม่ออกนะ ทุกวันนี้ พวกที่เป็นชำนาญการ สายเทวดา ทุกคน อยากเป็น ผอ. ผบ ทั้งนั้น และเขาก็มีโอกาส แต่พวกเราสายแรงงานหล่ะ ทำไมถูกกดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า...ทุกวันนี้ การทำงานเรือนจำ ก็อาศัย พวกชำนาญงานประสบการณ์สูงค้ำจุนเรือนจำทั้งนั้น....ค่านิยมเด็กนักทัณฑเทวดา ทุกวันนี้ คือการทำงานอะไรก็ได้ที่ผ่านไปวันๆ และสบาย เพราะอีกไม่กี่ปี ก็ ได้ชำนาญการแล้ว...ผมเคยเห็นชำนาญการบางคน ถูกเกณฑ์ไประงับเหตุจราจลที่ เรือนจำ นะครับ ผมสมเพช น้ำหูน้ำตาใหลใจสั่น กลัวผู้ต้องขังมีแต่พวกเราชำนาญงานแก่ๆ แบกโล่ห์ตะบองออกทัพหน้า...บางคนอยู่ถึงชำนาญการเวรยามไม่เข้าเลยนะครับ..เพราะเขามีความเชื่อว่า ต้องทำให้ประวัติตัวเองสะอาด เพื่อจะได้เป็นผู้บริหารแบบสะอาดๆ ...ถุยย..หลายคนไม่เคยคุยกับผู้ต้องขังด้วยซ้ำ แล้วโตมามึงจะปกครองเรือนจำยังไง...ก็เหมือนหน่วยงานหนึ่งในกรมที่มีหน้าที่ต้องทำให้เรามันก็ไม่ทำ... และการที่คุณไม่สามารถทำให้ความก้าวหน้ามันเท่าเทียมกัน...วิกฤติการบังคับบัญชามันเกิดขึ้นแน่...อยากเป็น ผอ.ผบ แต่พอออกไปแล้ว สั่งงานสั่งการไม่ได้ ดูซิว่าคุกจะเป็นยังไง....อีกอย่างการ หารือ หรือ ช่วย ในการขอตำแหน่งหรือกำหนดความก้าวหน้า ให้สายอื่น ...น่าจะไปศึกษา หนังสือเวียน กฏ ระเบียบ ก.พ.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนดีมั้ย...กรมราชทัณฑ์เรา มีการกำหนดตำแหน่ง และ ภาระกิจหลัก ไปแค่ 2 สายงาน คือสายวิชาการ ในตำแหน่งนักทัณฑ  และ สายทั่วไป ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ โดยเฉพาะ เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ เป็นสายงานในภาระกิจหลัก ที่กรมขอไป แต่โดนกดซะงั้น....อย่างหนังสือตัวนี้ อยู่จะไปขออนุศาสตร์ ซึ่งก.พ.รับรองว่าไม่เป็นสายงานที่จบ ป.ตรี ให้ไปครอบสายวิชาการทางศาสนาไปซะงั้น...มันได้ที่ใหน..ดีนะ ก.พ.มันไม่ตอกกลับมาด้วยว่า กรมช่วยไปแหกตาดูการกำหนดตำแหน่งตามภาระกิจของคุณดูซิคืออะไร...ไม่ใช่อยากขอให้เขาเสือกไปข้ามสายงาน กับภาระกิจซะงั้น...ภ้าจะขออย่างนั้น ขอให้อนุศาสนาจารย์เติบโตขึ้นถึง อาวุโส ไม่ดีกว่าหรือ...เพราะมันมีกรอบของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว...อย่ามาอ้างเรื่อง ปริญญาตรี โท นะครับ...มีกันแทบทุกคน...สุดท้ายก็ขอความเท่าเทียมกันจริงๆ ของการเติบโตในกรมราชทัณฑ์จงบังเกิดขึ้น กับทุกสายงานด้วยเถอะ... เพี้ยง...ขออำนาจเจ้าพ่อเจตคุปต์ ช่วยไปกระซิบผู้ใหญ่ให้ที...เอากันวันที่ 13 วันสถาปนานี่แหละ...ขลังนักเจ้าพ่อ...หากผู้ใหญ่ท่านใด ทำให้เกิดความเท่าเทียมได้ ราชทัณฑ์เราจะไปได้ไกล และท่านก็จะเป็นตำนาน เหมือน  พลโท กมล  ประจวบเหมาะ ที่เปิดบ้านราชทัณฑ์..ให้คนภายนอกได้มีโอกาสเข้ามารับใช้งานราชการ จนถึงทุกวันนี้............. โหลดหนังสือคลิ้ก....

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อาวุโสกรมราชทัณฑ์จะไปยังไง ช่วยกันระดมความคิดที

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ก่อนเปลี่ยนอธิบดี ตามคำสั่ง คสช.งานเข้าจนได้ ..เงียบๆ ไม่เป็นข่าวหวือหวา เหมือนตอนที่ บิ๊ก คสช.ไปแสดงพลังที่กรมราชทัณฑ์ จนกระทั่งมาเป็นมาตรการปราบปรามยาเสพติดชนิด ต้องกวาดยกรัง กันยกใหญ่  ซึ่งทำท่าจะไม่จบกันง่ายๆ จนกระทั่งขณะนี้เปลี่ยนอธิบดี เป็นท่าน วิทยา สุริยะวงศ์ ก็ขอแสดงความดีไจ หรือยังไง ก็ดีใจไว้ก่อน ผู้บริหารของเรา ดีใจไว้ ณ โอกาสนี้ กับท่านด้วย....ในส่วนของเรา ผู้คุมสายทั่วไป แท่งทาส ก็ได้พยายามที่จะมองความก้าวหน้า และขอเพิ่มตำแหน่ง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กจ.กรมฯ เขาว่างั้นนะ...ในความเป็นจริงก็รู้ๆ กันอยู่ ยิ่งมีการตั้ง ชำนาญการพิเศษเที่ยวนี้ ดังกระฉ่อนทั้งวงการ...ข่าวว่า มีทั้งประเภท จ่ายเงิน เด็กนายหน้าห้อง ข้ามหัวกันเป็นเอเคอร์  แต่ละคนประวัติไม่จืด ทั้ง โดนย้าย 24 ทั้ง มีคดีสอบทจริตติดตัวกันก็หลายคน อันยนี้ข่าวลอยลม ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย...บางคนก็เด็กมากๆ จนเรียกท่านไม่ลง...แล้วมันจะปกครองกันยังไงในอนาคต... เฮ้อ
เอ้าว่ากันถึงความคืบหน้าของสายทั่วไป...กรมฯ ก็ได้มีคำสั่งให้ แอดมิน ไปเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป...คำสั่งกรมราชทัณฑ์ ที่ 757/2557 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2557 คณะทำงานมี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย 1.รอง อรท.ฝ่ายบริหาร 2.ผอ.หญิงกลาง 3.ผบ.บางขวาง 4. ผอ.สพน. 5. ผบ.รจจ.นนทบุรี 6.ผอ.สถาบัน 7.ผอ.กจ  8.หน.กลุ่มงานอัตรากำลังฯ เลขาฯ  โดยให้ คณะทำงานจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการประเภททั่วไป  ให้ไปศึกษา วิเคราะห์ ตั้งตุ๊กตามา ประกอบการการดำเนินการ โดยมี ผอ.กจ.เป็นหัวหน้า คณะทำงาน หน.กลุ่มงานอัตรากำลังฯ เป็นเลขาฯ ในคณะนี้มีกัน 11 คน เป็น อาวุโส 2 คน ชำนาญงาน 1 คน ก็คือแอดมินนี่แหละ (สรุป มีสายทั่วไปเข้าไปร่วม 3 คน นอกนั้น เป็นวิชาการทั้งหมด ที่อยู่ กจ.)....ไม่รู้เขาหมั่นใส้อะไร..ถึงเอาเข้าไปร่วมงาน...เอา ไม่ว่ากัน...ก็ถือเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ ไปพูด ไปฟังสิ่งที่กรมเขาคิดเขาทำ ว่าเขาต่อสู้ให้พวกเราสายทั่วไปแค่ใหน  ยังไง... โจทย์เขาให้มามี 2 ข้อ 
      1. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด รวามทั้งความเป็นไปได้ เพื่อกำหนดให้มีจำนวนตำแหน่งประเภททั่วไประดับ อาวุโส เพิ่มมากขึ้น  และ
      2. ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด รวามทั้งความเป็นไปได้ เพื่อดำเนินการจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป
      ข้อสังเกต โจทย์ 2 ข้อ เขาใช้คำว่า ความเป็นไปได้ ทั้ง 2 ข้อ แสดงว่า จนท.กจ.ผู้มีหน้าที่ดำเนินการด้านนี้ เขาได้วิเคราะห์กันแล้วในเบื้องต้นว่าทำไม่ได้ คืออะไรหละครับ ก็คือเขามองแล้วว่ามันทำไม่ได้.... ยุ่งแล้วไงแล้วเอาพวกเราสายทั่วไปสอบเข้ามาทำไม ความก้า่วหน้าก็ไม่ให้ กำหนดก็ไม่ได้...คนที่เป็นคณะทำงานก็นักวิชาการชำนาญการ..ทั้งนั้น..เขามองประโยชน์ในการจัดทำคณะทำงานแบบใหน จริงใจหรือเปล่า เพราะหากสายทั่วไปอาวุโสมันได้ขึ้นมา ทั้งเปิดกรอบ ทั้งเพิ่มความก้าวหน้า ซึ่งในอนาคตก็ต้องแข่งกันทั้ง 2 สาย สิทธิพิเศษที่สายเขาพึงมีได้ กระทบกระเทือนแน่นอน ....
       ตามประสา แอดมิน เคยโทรเข้าไปหาข้อมูลเบื้องต้นกับ จนท.กจ.ที่เป็นคณะทำงาน ว่าที่ให้ศึกษาวิเคราะห์ อะไรต่างๆ ทางกรมได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว เช่น มีการหารือ กับ กระทรวง หรือ ก.พ.หรือไม่อย่างไร เอกสารพอจะมีให้ประกอบการศึกษาหรือเปล่า ประมาณนี้...เขาตอบแบบมีความหวังให้แอดมินดีใจหาย..มาทันทีเลยว่า..มันไม่มีทาง ไม่ได้ ด้วยประการทั้งพวง...ทั้งเพิ่มกรอบอัตรา และ การกำหนดความก้าวหน้าให้ สายทั่วไป..ชื่นสะดือจริงๆ กับคำตอบ แล้ว ยังตอกหน้า แอดมินกลับมาว่า...ก็ให้คุณไปศึกษาวิเคตราะห์มาซิคะ..(เก่งนักไอ้เวร..ชอบวิจารณ์ดีนัก..อันนี้คิดในใจ นะจ๊ะ ไม่ได้ว่าใคร ว่าตัวเอง..)..อยากจะบอกทิ้งท้ายไว้นิดนึง...การที่แอดมิน ทำเว็บไซต์วิจารณ์ ในเรื่องนี้ เพราะแอดมินถือว่าทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม มิได้ แสดงหรือวิจารณ์เพื่อให้ตัวแอดมินได้ประโยชน์ แต่เพียงผู้เดียว...นี่เป็นประโยชน์ของคนทั้งองค์กรราชทัณฑ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายทั่วไป...การติชม วิจารณ์ ต่างๆ ก็หวังให้ จนท.ผู้มีหน้าที่ในกรม ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ช่วยหาทางออกให้ข้าราชการด้วยกัน...แต่เมื่อรูปการณ์ มาแบบนี้แอดมิน ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ..ถ้าจะให้ดี พี่น้องราชทัณฑ์สายทั่วไปทั้งสาย...หากใครได้อ่านบทความนี้..อยากให้ช่วยแสดงความเห็นในเรื่องโจทย์ 2 ข้อให้ ให้แอดมินด้วย..เพื่อพวกเราจะได้มีแนวทาง สำหรับไปนำเสนอผู้ใหญ่บ้าง...ทั้งน้องปฏิบัติงานที่เข้ามาใหม่ และท่านชำนาญงานสูงวัย หรือท่านอาวุโสที่มีความรู้ รวมถึง ผู้คุมทุกท่าน ที่มีความสนใจ และมีความเห็นทางวิชาการในเรื่องนี้ช่วยกันมาคอมเม้นท์ด้วยครับ...สุดท้ายขอบคุณ พี่อาวุโส 55..ที่แสดงตัวเป็นแนวร่วม นี่ก็หนึ่งสายทั่วไปที่โดนกดขี่จนโงหัวไม่ขึ้น...ถึงเวลาที่เราจะช่วยกันเพื่อองค์กรราชทัณฑ์ของเราครับ....แอดมินขอคารวะทุกท่าน...
 

วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

หาบทความในเน็ตที่สะท้อนชีวิต และการทำงานของผู้คุม พบโดยบังเอิญ: มาดามเฟ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

ท่องโลกเน็ตหาแนวร่วมผู้คุมที่แหกกฎ กบถ กล้านำเสนอแนวคิดที่ไม่ใช่การอวย นาย โลกสวย พกธงชาติ เป่านกหวีด ไปเจอมาเว็บหนึ่ง บทความดีมาก สำนวนประมาณ สะท้อนการทำงานได้ดีพอสมควร เลยอยากนำมาเผยแพร่ เขาใช้หัวข้อว่า "ความรู้รอบคุ(ผู้คุมประเภทคนเหล็ก)" เข้าไปอ่านดู เข้าท่าแฮะ สพท้อนอะไรได้หลายๆ อย่าง http://urll.us/wGnZhH ตามลิงค์ไปเลย Cr....http://www.nightsiam.com

วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

เรือนจำอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะความเกลียดชัง เนื่องจากผู้คุมเลือกข้าง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์...
นานมากแล้ว ตั้งแต่มีแนวคิดทำมาหากินสร้างฐานครอบครัวพร้อมกับทำกิจการเพื่อบริหารความมั่นคงในอนาคต เนื่องจากสังคมกีฬาสี การเมืองแบ่งกลุ่ม อคติ ความเกลียดชัง จึงห่างหายจากการโพสต์ วันนี้จะเล่าเรื่องด้านนี้โดยเฉพาะ ในแง่ของผู้คุม เริ่มจากผู้คุมกลุ่มที่แปรจากการที่พวกเสื้อเหลือง หรือพันธมิตรเก่า กลายพันธ์มาเป็น หลากสี สลิ่ม กปปส. ทำไมต้องมาเน้นกลุ่มนี้ มันน่ากลัวสำหรับองค์กรราชทัณฑ์โดยรวม โดยส่วนตัวผมประกาศตัวไปแล้วว่าสีแดง-เวลาทำงานเป็นสีกากี(งดทุกสี) ที่เน้นกลุ่มนี้ และที่จะเล่าให้ฟัง แล้วท่านมององค์กรที่เราทำงานอยู่ ท่านจะเห็นความน่ากลัว ของพวกคนกลุ่มนี้ เราไม่วิจารณ์ในโซนภาคใต้ เนื่องจากเขามีความเป็นอยู่ และแนวคิดหลากหลาย เป็นที่รู้กันอยู่ แต่กำลังพูดถึงอันตรายของ เรือนจำ/ทัณฑสถาน ที่อยู่ในโซนที่ไม่ใช่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อีสาน กับ เหนือ.... 

เรามาพูดความจริงกับฐานแนวคิดของกลุ่มสลิ่มก่อน เฉพาะที่อยู่ในวงการราชทัณฑ์ 

ทุกวันนี้ที่เราเห็นแทรกซึมอยู่ตามเรือนจำ คือพวกกลายพันธ์จากพันธมิตรเหลืองล้วนๆ มาเป็นสลิ่มรักชาติ รักสถาบันทำเพื่อประชาชน กลุ่มผู้บริหารในเรือนจำ และกลุ่มที่เป็นสลิ่มใหม่ แต่จิตใจอำมหิต มือถือสากปากถือศิล คือพวก ที่จบ โท นิด้า เป็นกลุ่มหลัก คนพวกนี้ ทุกวันมีตำแหน่งในแต่ละเรือนจำ ทัณฑสถาน ใหญ่โต เป็น ผบ..ผอ.. นี้แหละอันตรายตัวจริง ...งานเรือนจำเป็นงานคลอบงำโดยแท้ การเล่นพวกในองค์กร สุดยอด ก็ดูจากที่เขาปรับแท่งสลายซี กรมราชทัณฑ์ ยังเอา บ่ามาคุมกัน เหมือนไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร....อ้างลำดับขั้นการบังคับบัญชา..ขอโทษ ถุยยย...ทุกวันนี้จึงเห็นสายหนึ่งถูกกดให้เป็นผู้ปฏิบัติ...อีสายถูกดันให้เป็นผู้บริหาร...ก้มหน้าก้มตาทำกันไป..


การเมืองที่ระบาดเข้าไปถึงนักโทษ

พูดถึงผู้คุมก่อน ในโซนอีสาน และเหนือทุกวันนี้ ภายในองค์กร ผู้คุม แบ่งสีแบ่งขั้วกันในทีอยู่แล้ว เว้นเรือนจำใดสุดโต่งจะว่าให้ฟังกันต่อไป แต่สิ่งที่ผู้คุมสองสีเป็นกันอยู่ในเรือนจำส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนี้

ผู้คุม เสื้อแดง: ไม่ครอบงำความคิด แสดงออกเฉพาะตน ไม่วิจารณ์สีอื่น ไม่เอาความเกลียดชังมาเป็นเส้นแบ่งเขตการทำงาน ไม่เอาเรื่องการเมืองไปครอบผู้ต้องขัง เพื่อผลการควบคุมปกครอง พื้นฐานมาจากความคิดแบบประชาธิปไตยลูกชาวบ้านหลานชาวนา ไม่ด่ากราด เหมารวม ไม่เอาสถาบันมาพูดเพ้อเจ้อ เคารพสักการะไว้บนที่สูง

ผู้คุม สลิ่ม: การแสดงออกตรงข้าม ชอบที่จะแสดงออกแนวคิดเพื่อครอบงำความคิดคนอื่นให้เชื่อตาม วิจารณ์คนที่เห็นต่างแบบไม่อาย ทั้งๆ ที่คนนั้นเขาก็อยู่เฉยๆ เอาความเกลียดชัง และอคติ ต่อ ทักษิณ เป็นที่ตั้ง แล้ว นำมาเหมารวม เกลียดชังคนอื่น ใครที่ไม่ใช่พวกตน โยนไปข้างนั้นหมด เหมาว่าชั่วหมด  เอาสถาบันมาห้อยปาก ว่าตัวเองทำเพื่อสถาบัน เอามาเล่นจนเลอะเทอะ ท่องคำว่าตนเป็นคนดีอยู่ทุกลมหายใจ แต่การกระทำชั่วสุดๆ

อยากบอกให้ฟังว่า สิ่งที่เห็นทั้งหมด เป็นการเมือง ทั้ง เหลือง แดง ม้อบ กปปส. สลิ่ม มันคือการเมือง ที่ต้องช่วงชิงอิทธิพลและอำนาจ แต่ผมแยกแยะ เพราะผมรู้ว่าตนเอง ทำงานอะไร อยู่เพื่อใคร และต้องทำอะไร  เคารพสิทธิ และความคิดคนอื่น....ใครที่รู้จักผมจะเห็นว่าส่วนตัวผมจะไม่ขัดแย้งกับใคร จะไม่โต้ และหงุดหงิดกับคนที่เห็นต่าง ในมุมนี้ ผมถือว่าทุกคนมีสิทธิในการคิด และพูดเป็นของตนเอง ...

แต่ในแง่การทำงาน ...ตัวงาน...มันไม่แบ่งสีนะครับ  ตัวงานคือสิ่งที่คุณต้องทำเพราะมันเกี่ยวพันกับองค์ประกอบรอบตัวคุณหลายอย่าง..ถ้า่คุณเป็นแล้วคุณแสดงออกสุดโต่ง..สิ่งที่ตามมาคืออะไร..ครอบครัวคุณไง...อย่าลืมนะครับ สังคมเขาไม่ได้เป็นแบบคุณไปหมด และอย่าคิดเองว่า สิ่งที่คุณเห็น และพวดกคุณเป็น เป็นคนหมู่มาก...นี่คือข้อเท็จจริงที่เลอะเทอะ เห็นแก่ตัวของคุณ..คำถามที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีคนถาม...หากลูกคุณไปโรงเรียนแล้วเกิดโรงเรียนนั้นอยู่ในกลุ่มที่เป็นสิ่งตรงข้ามกับคุณหละ ปัญหาเกิดกับใคร(คำถามที่เกิดกับลูกคุณจะกลายเป็นปมด้อยในอนาคตทันที)...เมียคุณไปตลาดแล้ว แม่ค้าในตลาดเคยมีลูกติดคุกอยู่กับคุณ แล้วโดนกระทำบางอย่างในเรือนจำเพราะว่าเขาเป็นสิ่งที่คิดไม่เหมือนคุณ คุณอาจสั่งลูกน้องคุณไปแกล้งเขา กดดันเขา อะำไรจะเกิดกับเมียคุณที่ตลาด....เอาแบบแง่ลบ ถ้าผู้ต้องขังคนนั้นผูกใจเจ็บแค้นคุณ แล้ว เจอ ลูก หลาน ญาติ เมีย คุณ... อะไรจะเกิดขึ้นเราไม่รู้ แต่ไม่ดีแน่ๆ

เชื่อหรือไม่...!!! จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดคนเสื้อแดง แต่ ผู้คุม เกือบทั้งเรือนจำ เป็น เสื้อเหลือง 80 เปอร์เซ็นต์ ... มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกีดกันการทำงานกันชัดเจน...!! ใครเห็นต่างเป็นแกะดำ  แต่ที่น่าเกลียด และไม่ควรจะทำอย่างยิ่งคือ เอา ผู้ต้องขังที่เป็นเสื้อเหลืองมาเป็นผู้ช่วยงาน กดขี่ผู้ต้องขังด้วยกัน อันนี้ อันตรายครับ...ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นคนอุดร พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นแดงหมด พอเข้าเรือนจำ ต้องแอบทำเนียนเป็นสีเหลืองด่ารัฐบาลใครแสดงตัว จะถูกทั้งผู้คุม และนักโทษด้วยกันที่เป็นเหลืองกลั่นแกล้ง กดขี่ ต่างๆ นานา ๆ.... เรือนจำอุดรเหมือนเป็นบ่อบ่มเพาะความเกลียดชังแก่สังคม...อันนี้ ญาติ และผู้ต้องขังบางคนที่ผมรู้จัก มาเล่าให้ฟัง (ด้วยความเคียดแค้น กัดฟันเล่าด้วยนะ)... ข่าวเล่าว่า มี ผอ.ส่วนสลิ่ม สายโทนิบ้า....คอยเล่นป่วนใต้ดิน แยกพรรคแยกพวกภายในเรือนจำ...ผบ..เป็นคนดีนะครับ...แต่ไอ้ ผอ.เหี้ยนี่แหละทำองค์กรพัง...ตอนอธิบดีมาเรือนจำอุดรพวกมันทำเป็นสนิทสนม ชื่นชม ลับหลังด่าอธิบดียังกะขี้ หาว่าเป็นเด็กทักษิณ.....

สุดท้าย - อยากบอกเพื่อนผู้คุมสลิ่มเอาบุญว่า วันใหนการเมือง และกลุ่มอำนาจเขาตกลงกันได้  เขาจะจูปปากกันเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่...สิ่งที่คุณเลือกและคุณเป็นวันนี้ ...สิ่งที่จะตามมาคือ...งาน...เพื่อนที่ทำงานกับคุณจะไม่เหมือนเดิม คุณทำอะไรกับใครไว้ เมื่อสงครามสี มันหมด คุณจะมองหน้ากันไม่ติด และทำงานกันไม่ได้ ความเป็นเพื่อนจะไม่มีในองค์กรคุณ ...

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ความก้าวหน้าไม่มี กำลังใจไม่มา ผู้คุมชำนาญงาน พลเมืองชั้นสอง

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์

นานๆ มาทีทำไมต้องจั่วหัวไว้อย่างนั้น เรื่องจริงที่ผู้คุม แท่งทั่วไปต้องเป็นและทำใจ ตอนนี้เห็นสายวิชาการเขาคึกคัก แข่งขันกันทำผลงานเพื่อประเมินคัดเลือกให้เป็นชำนาญการพิเศษ ก็ได้บ่นไปหลายกระทู้แล้วนะครับ คนที่อยู่ในระบบความเป็นจริงที่โหดร้ายในเรื่องนี้ทำให้หลายคนหมดกำลังใจท้อถอยในการทำงาน ผมก็ใส่เกียร์ว่างมาช่วงหนึ่ง ขอย้ำนะครับ ทุกวันนี้สายงานที่มีโอกาสที่จะก้าวหน้ามีแค่สายวิชาการเท่านั้น เขามีโอกาส ประเมิน หรือสอบทุกปี เพื่อขึ้นระดับในแท่งของเขา ถึงแม้สัดส่วนจะน้อย แต่ก็ยังถือว่ามีเส้นทาง
http://www.correct.go.th/pd2/Newpdnuke/html/
สถิติอัตรากำลัง กองการเจ้าหน้าที่
ท่านจะเห็นสัดส่วนของความก้าวหน้าในสายงานที่ไม่เป็นธรรม สายวิชาการ มีชำนาญการพิเศษรองรับ อย่างน้อย 181 อัตรา หมุนเวียน จากคน 3149 คน หากไล่อาวุโสในสายงาน ทุกคนก็มีสิทธิที่จะเกษียณ ในตำแหน่งชำนาญการพิเศษ ก็ยังดีครับ ยังมองเห็นอยู่ แต่ ดูอีกสายหนึ่งครับ สายทั่วไป ชำนาญงาน 5301 คน ต้องไปช่วงชิง อาวุโสที่ 65 คน โคตรก้าวหน้าเลยครับ ไล่อาวุโสกันจนเกษียณ ไม่รู้จะถึงคิวหรือเปล่า ยิ่งกว่าลูกเมียน้อยคนที่หนึ่ง ผมว่าผู้คุมสายปฏิืบัติงานเป็นลูกคนใช้ด้วยซ้ำ ไม่ใช่ลูกเมียน้อย ความก้าวหน้าตามสัดสา่วน แทบเป็น 0 ผมเคยบอกแล้วนะครับปัญหาในอนาคตคือ จะไม่มีใครเคารพใคร การบังคับบัญชาจะมีปัญหา เนื่องจากความไม่สมดุล
http://www.correct.go.th/correct2009/readnews.php?&news_id=415
 ประกาศ อ.ก.พ.กรม 
ทำไมต้องเอาประกาศ อ.ก.พ.กรม มาให้ดู เนื่องจาก พรบ.ข้าราชการพลเรือน 2551 ได้กำหนดให้ กระทรวง กรม กำหนดคุณสมบัติ และเส้นทางการขึ้นในระดับที่สูงกกว่า ของข้าราชการในสังกัดตนเอง ท่านจะเห็นว่า ทุกสายมีความก้าวหน้าหมด มีที่มามีที่จะไป ยกเว้น สายเดียวคือสายทั่วไป ซึ่งหยุดอยู่ที่ ชำนาญงาน ไม่มี ความก้าวหน้าในตำแหน่ง อาวุโส หากมีผู้ใหญ่ในกรมคนใด ได้ผ่านมาอ่าน เอาคนที่มีอำนาจ และที่เติบโตมาจากระดับเล็กๆ ช่วยเมตตา ผลักดันให้ด้วยครับ ผู้คุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะสายทั่วไป เป็นกำลังหลัก มีประสบการณ์สูง วุฒิปริญญา ก็มีกันแทบทุกคน ขาดอย่างเดียวคือ "โอกาส"

อนาคตผู้คุมปฏิบัติของราชทัณฑ์ ก็จะประมาณตามภาพนี้ เท่าที่คุยกับพรรคพวกผู้คุมสายทั่วไปเหมือนกัน เขาไม่ได้อยากเป็น ผบ/ผอ หรอกครับ แค่เขาอยากเกษียณ ในตำแหน่งที่อัตราเงินเดือนมันสูงพอที่จะให้บำนาญ มันสามารถเลี้ยงตัวเองได้ตอนแก่ สิ่งที่โดนปกปิดก็คือ  ชำนาญการ เกษียณ กับ ชำนาญงาน เกษียณ เงิน บำนาญคนละเรื่องเลยครับ งานในหน้าที่เท่ากัน ความรับผิดชอบไม่ต่างกัน ในการปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงานหนักกว่าด้วยซ้ำไป  จะหาใครมาเห็นใจช่วยผลักดัน เปิดอัตราตำแหน่งอาวุโส เหมือน กรมตำรวจ ที่ให้กลุ่มตำแหน่งประทวน ได้เกษียณสัญญาบัตร .... ก็หวังลึกๆว่า ท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ คงได้ผ่านมาอ่าน และผลักดันให้เกิดความสมดุลที.... หากไม่มี ลูกคนใช้อย่างแท่งทั่วไป ก็คงต้องไปไหว้ขอความเห็นใจกับต้นโพธิ์ต้นไทร ไปวันๆ....จบแล้วครับ นานๆ บ่นที คอมเม้นท์กันเต็มที่นะครับ

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หรือผู้คุมจะถึงทางตัน

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ผู้คุมเราทุกวันนี้ กำลังโดนกระแสอะไรบางอย่างกดดันอย่างเงียบๆ ว่ามั๊ยครับ ความอึดอัดในการทำงาน การเลือกปฏิบัติ ทุกวันนี้มีการแบ่งสายชัดเจนในเรือนจำ คนกรมฯ จะไม่รู้สึก แต่คนเรือนจำ รู้สึกได้ ความก้าวหน้าไม่มี (สังเกตให้ดีสอบ ช.พิเศษ เที่ยวนี้ คนกรมฯ เข้าวินเพียบ - เอ่อ.. สายทั่วไปไม่ต้องหวังอะไรนะครับ เพราะเขาให้คุณเกษียณแค่ชำนาญงาน) คุณภาพชีวิตก็แย่ลง ผู้คนรุ่นเก่าๆ อายุงาน 15 ปี ขึ้น ได้แต่ปลงจะไปใหนก็ไม่ได้ ยังรู้สึกถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของราชทัณ์ฑอยู่ยังมีใจอยู่ ว่างั้นเถอะ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ระบบงานเรือนจำ งานเท่าเดิม และมีแนวโน้มว่าจะเยอะกว่าเดิม แต่หาบุคคลกรจะมาทำหน้าที่แทบไม่มี เช่น งานการเงิน  พัสดุ งานบัญชี  เนื่องจากงานพวกนี้มันเสี่ยงมาก (ปล.ขอนแก่นโดนฟันแล้วครับ 2 ล้านก่าๆ เจ้าหน้าที่ถูกหวยกันระนาว ทั้งที่เกี่ยวโดยตรง เกี่ยวแบบเฉี่ยวๆ บวกกรรมกร เอ้ย กรรมการ รอบข้าง) งานเอกสาร นโยบาย ตัวชี้วัด

 พวกนี้เป็นงานเอกสารจุกจิก ต้องเป็นคอมฯ เป็นโปรแกรมเวิร์ด เอ๊กเซล ไม่งั้นไปไม่ได้ แถมมานั่งทำงานต้องมาคอยประคบประหงมเครื่องคอมฯ สำนักงานที่ใช้แบบคุ้มสุดๆ ซ่อมเล็กซ่อมน้อย ก็ต้องควักตังเอง แถมกระดาษหมดก็เบิกยากแสนยาก ทุกวันนี้เราจึงเห็นผู้คุมเลือดใหม่ เลือกที่จะอยู่ภายในคุกมากกว่า (คุมผู้ต้องขัง )อย่างน้อยเลิกงานก็ไม่มีอะไรพัวพันเหมือนเจ้าหน้าที่ การเงินบัญชี นโยบายแผน กลับบ้านตรงเวลา มานั่งดูหน้าลูกเมียตั้งวงกินเหล้านินทาจ้าวนายสบายแฮ...ท่านมองรอบตัว ท่านจะเห็นความเหลื่อมล้ำ ความเสื่อมศรัทธา อนาคตอันใกล้ สายบังคับบัญชาจะพัง เอาเด็กมาเป็นผู้ใหญ่ แล้วผู้ใหญ่ก็ใส่เกียร์ว่าง เด็กมาเป็นใหญ่จะใช้ใครก็ไม่ได้ จะเรียกท่านก็กระดากปาก ทำไมถึงว่าอย่างนั้น มองใกล้ๆ ตัวท่าน ทำงานมาไม่กี่ปี เป็นลูกเวร อยู่ดีๆ พอได้เป็นชำนาญการ ไม่ยอมเข้าลูกเวรซะงั้น งอแงขอเข้าผู้ช่วยพัสดี พอได้รับงานใหญ่ผู้ใหญ่เอ็นดูก็ไปไม่เป็นเพราะประสานงานใครไม่ได้ โดยเฉพาะกับคนเก่าๆ ผู้คุมเก่าสายทั่วไปมือฉมังทำงานไว ก็ส่ายหัวเก็บปากเก็บความคิด เดินเข้าเวร แล้วแต่มันจะเป็นไป....เรือนจำไม่ใช่ของตรู หมดยุคแล้ว ขอแก่กะโหลกกะลาดีกว่า ให้เด็กใหม่สายวิชาการทำงานกันไป ... ว่าแล้วก็เดินเข้าเวรเงียบๆ คนเดียว ฮิ้ววว...นานๆมาทีก็บ่นงี้หละครับ อย่าว่ากัน อ่านกันเพลินๆ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ อ้อ ตอนนี้ผู้คุมต่างจังหวัดเขามีแนวคิดใหม่แล้ว เดี๋ยวกระทู้หน้าว่ากัน กระทู้นี้ไปก่อนแล้วครับ บายยย.....  เซ็งเป็ด