วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาวุโสราชทัณฑ์ กับวาระซ่อนเร้น และความอำมหิตของนักวิชาการ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
จั่วหัวมาอย่างนี้ต้องเกี่ยวกับตำแหน่ง อาวุโส แน่ๆ คนที่ติดตามต้องคิดแบบนี้ ขอบอกว่าเกี่ยวข้องแบบ โดนๆ แบบ เจ็บปวด  ถ้าใครติดตามอ่านแล้วจะเข้าใจถึงการสื่อความหมายของกระผม อันดับแรกต้องดีใจกับผู้ที่ได้เลื่อนเป็นอาวุโส ทุกท่าน ซึ่งตามคำสั่งนี้ก็ต้องย้ายไป ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตามสังกัดของตำแหน่ง เห็นในบัญชีแต่ละท่าน เหลืออายุงานรวมกันเบ็ดเสร็จ ไม่เกิน 6 ปี ตรงนี้แหละที่ผมเรียกว่าวาระซ่อนเร้น ได้เคยปูพื้นไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องของสายงานทั่วไป ที่ถูกเพื่อนร่วมอาชีพที่เรียกตัวเองว่านักวิชาการเอารัดเอาเปรียบ ทั้งในเรื่องความก้าวหน้า ในเรื่องของค่ากลางการเลื่อนเงินเดือน และการบังคับบัญชา มันเป็นความเจ็บปวดที่พูดไม่ได้ ว่าไม่ดัง ต้องบ่นกันเอง ในกลุ่มวิชาชีพสายงานเดียวกัน รายละเอียด ไปไล่ดูกระทู้ก่อนๆ ค่อยๆ ทำความเข้าใจ บอกก่อนนะครับที่ผมตั้งบล้อกขึ้นมาและกล้าที่จะวิจารย์อะไรก็ตาม บทความทั้งหมด ไม่ใช่มโน หรือจินตนาการนะครับ เป็นการศึกษากฏหมาย กฏ ระเบียบ หนังสือเวียน ที่เกี่ยวข้องมาอย่างดี สามารถอ้างอิงได้ เอาหละครับ มาเข้าเรื่องกัน ทำไมถึงบอกว่าอาวุโสราชทัณฑ์มีวาระซ่อนเร้น จากการที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ในเรื่องความก้าวหน้าของสายงานทั่วไป ว่าเราจะไปกันได้ถึงใหน ก็มีกระแสหนึ่งขึ้นมา คือมันมีความพยายามของ สายวิชาการในกรม ที่พยายามสร้างกระแสแนวคิดในการที่จะยกเอาตำแหน่งอาวุโสไปเปรียบกับตำรวจ เรื่องการได้ยศร้อยตรีที่อายุ 53 ปี เพราะคำว่าอาวุโส คือต้องใกล้เกษียณ ของกรมเราน่าจะได้อาวุโส ตอน อายุ 55-57 ปี เขาพยายามเล่นกระแสนี้ และที่่เลื่อนกันไปที่ผ่านมาก็อายุประมาณนี้แหละครับ... ขอโทษ ให้ตำแหน่งอาวุโส ตอน อายุ ที่ว่า ..เอามาทำเกลืออะไรครับ.. แค่คุณเอาแนวคิดของ หน่วยงานที่ไม่ใช่ ข้าราชการพลเรือนมาคิดมันก็ผิดแต่ต้นแล้วครับ นักวิชาการบางคนเคยบอกว่า พวกที่ต่อสู้แบบผม และคนอื่นๆ ในสายงานทั่วไป เป็นพวกบ้า ยศ บ้าดาว บ้าอำนาจ ยึดติด ผมบอกเลย พวกคุณนั่นแหละที่เป็นดังว่า...ข้าราชการพลเรือนเรา เขามีแนวคิดที่ว่า เอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน วางคนให้ตรงกับงาน โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งไม่ใช่เหรอครับ..แต่พวกคุณกอดไม่ปล่อย ที่เป็นอย่างนี้เพราะพวกคุณได้ประโยชน์เต็มๆ ทั้งเรื่องความก้าวหน้า ฐานค่ากลาง การคำนวณเงินเดือน และการบังคับบัญชา...เดี๋ยวเอารูปมาให้ดูรูปเก่าๆ สมัยเข้าแท่งของ ก.พ.และทุกวันนี้ยังใช้เกณฑ์นี้อยู่ แล้วจะอธิบายต่อ...(ถ้าจะให้ดี save รูป แล้วปริ้นมาถือไว้ในมือประกอบการอ่านจะชัดแจ้ง แจ่มใส)
  ท่านเห็นอะไร ครับ... ท่านเห็นกำหนดปีของการเลื่อนไหลแต่ละสายงานหรือเปล่าครับ...สายทั่วไป จาก ปฎิบัติงาน ไปชำนาญงาน ใช้เวลา  4-5-6 ปี ในการครองและเลื่อนตามวุฒิ เพื่อขึ้นไป ชำณาญงาน และจากชำนาญงาน ต้องครองไม่น้อยกว่า  6 ปี ถึงมีสิทธิ ที่จะได้อาวุโส จากอาวุโส ขึ้นทักษะพิเศษ(ซึ่งกรมเราไม่มี) แต่ใช้ตำแหน่ง อ.ต้น ในสายอำนวยการในการเทียบ ดังที่เราเห็นมาแล้วว่า ตำแหน่ง อาวุโส สามารถ ขึ้นผู้บัญชาการเรือนจำ ที่เป็น อ.ต้นได้ เอ้า..เรามาดู สายวิชาการกัน เริ่ม จากปฎิบัติการ จะขึ้น ชำนาญการ ใช้เวลา 2-4-6 ปี ตามวุฒิการศึกษา แต่สายนี้ทุกคน ปีที่ 4-5-7 จะเป็นชำนาญการกันหมด และเมื่อครองชำนาญการ ครบ 4 ปี มีสิทธิที่จะได้ ชำนาญการพิเศษ ซึ่ง ก็เทียบ อ.ต้น ในสายงานอำนวยการเช่นกัน ...เห็นอะไรหรือยังครับ...โดยเฉพาะท่านที่ได้อาวุโส บางคนเหลืออายุงาน 5-6 ปี แอบนั่งดีใจ อาจได้เป็น ผบ/ผอ ก่อนเกษียณ ... ขอโทษครับ หากท่านดูในตาราง ท่านจะเห็นว่า การทีอาวุโสจะเลื่อนขึ้นอีกระดับได้ ต้องครองตำแหน่ง อย่างน้อย 6 ปี นะครับ เพราะฉะนั้นใครฝันอยากเป็น ผบ/ผอ หมดสิทธิ....เขาสร้างค่านิยมให้ครองแค่เกษียณครับ...เห็นยังครับนี่หละวาระซ่อนเร้น..ทำไมเขาไม่เอาอาวุโสจากชำณาญงานที่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมา... เพราะเขากลัวว่าพวกอาวุโสที่อายุงานเหลือเยอะๆจะมาแย่งตำแหน่งทางการบริหารในตำแหน่ง อ.ต้น (ผบ/ผอ) ...ซึ่งปัจจุบันขณะนี้..มันเป็นทางสะดวกของเขาที่เขาตั้งไว้ตั้งแต่เข้าแท่ง.... ทางลัดจะหาย... ทำไมถึงบอกทางลัดจะหาย เพราะว่า หากเขาปล่อยเรามีตำแหน่งอาวุโสมากๆ..สัดส่วนในการพิจารณามันก็มากตาม...สายวิชาการจะขึ้น ผบ/ผอ ระดับ อ.ต้น ได้ ต้อง ผ่าน ชำนาญการพิเศษ ก่อนนะครับ ... คือเขาต้องไปแข่งขันกันในตำแหน่งชำนาญการพิเศษก่อน...ในขณะที่สายเรา ถ้าได้อาวุโส ครองไม่น้อยกว่า 6 ปี ก็สามารถแต่งตั้งได้เลย ถ้าคุณสมบัติครบ ก็เห็นตัวอย่างแล้วนี่ครับจากคำสั่งแต่งตั้ง ผบ.งวดที่แล้ว... ดังนั้น หากมีอาวุโสเยอะๆ และคนที่ครองมีอายุงานเหลือเยอะ โอกาสที่เขาจะได้ตำแหน่งทางบริหารระดับ อ.ต้น...จะลดลงตามสัดส่วน...เขารับไม่ได้ครับ ที่จะเปิดให้มีอาวุโส ตามเรือนจำ/ทัณฑสถาน....เพราะน้องๆ ที่กรมฯ ที่อยากดันมันขึ้นมาโตมันจะยาก..แต่คนเรือนจำสามารถ เป็น ผอ/ผบ.ได้ ซึ่งถ้าเขาเปิดตำแหน่งอาวุโสให้ มันก็แฟร์ดี..แต่นี่เขาไม่แฟร์ เขาจะเอาแต่สายเขาขึ้น...และกดอีกสายลงแบบโงหัวไม่ขึ้น แย่ทั้งคุณภาพชีวิต และกดดันทั้งการทำงาน...สายหนึ่งเป็นสายงานภารกิจหลักเกี่ยวกับผู้ต้องขังโดยตรงต้องเฝ้าคุก ใกล้ชิดผู้ต้องขัง เข้าเวรผลัด เฝ้าป่วย เป็นคณะกรรมการ หัวหน้างานย่อย จิปาถะ..แต่ก็เป็นได้แค่นี้ยันเกษียณ...แต่อีกสายหนึ่งซึ่งกำหนดตำแหน่งว่าต้องทำงานวิชาการ วิเคราะห์แผนงานนโยบาย ให้คำปรึกษา ไม่เกี่ยวกับผู้ต้องขัง เข้ามาหัดงาน จากสายงานแรก ทำตัวว่านอนสอนง่ายแบบเสมอตัว ไม่ยอมคลุกคลีกับผู้ต้องขัง บางคนไม่เข้าเวรด้วยซ้ำ เวลาเรือนจำมีการจู่โจม ก็จะเลี่ยง พยายามเอาตัวเองไปแฝงงานหนังสือ รอขึ้นชำนาญการ แล้ว มาปกครองสายงานแรก...เอานักเรียนมาเป็นหัวหน้าของครูคนสอน เพราะบ่ามันบังคับ...อำมหิตมั้ยครับ...ขอบคุณคนที่อ่านจนจบนะครับ ผมไม่ได้ว่าสายงานวิชาการไม่ดี หรือไม่มีคุณภาพ ...แต่ผมกำลังพยายามเรียกร้องความ เท่าเทียมกัน ความสมดุลในการทำงาน คุณภาพชีวิต และความก้าวหน้าของผู้คุมเรา ในสายงานทั่วไป... ซึ่งต้องมีการเปรียบเทียบและต้องบอกดังๆ ให้คนในกรม ที่เขาผลักดันเรื่องนี้ได้รับรู้...พบกันกระทู้หน้านะครับ...

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับกรมราชทัณฑ์ ตาม Road Map ของ อรท.

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
ครับก็ห่างหายไป กับงานที่เราต้อง ขยับให้ทันตามนโยบาย กรมว่าอะไรก็ว่าตามกัน ให้เข้าแถว เคารพ ธงชาติ ตรวจเล็บ ตรวจ ชุดนักเรียน (เอ้ย.. เครื่องแบบ..55) เราก็ทำกันอย่างขยันขันแข็ง แข่งกัน ตอนนี้ ก็รอดูเรื่อง พรบ.ใหม่ กฏกระทรวงใหม่  การแต่งกายใหม่...ว่าจะออกมายังไงดีมั้ย  รอกันไปครับ ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ก็มาดู มาศึกษา Road Map ของอธิบดีเรา ซึ่งก็ได้แสดงวิสัยทัศน์ และขยับไปหลายเรื่องแล้ว เมื่อคราวประชุม ผบ. วันที่ 7-8-9 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา ลองโหลด หรือปริ๊นซ์ ไปศึกษาดูนะครับ เพราะเมื่อมันเริ่มต้นแล้ว และต้องดำเนินการต่อไป เราจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อให้สมกับการเป็นผู้คุมมืออาชีพ...
ไอ้ที่มีดาวห้อยท้ายคือ สิ่งที่ขับเคลื่อนไปแล้วนะครับ ที่เหลือก็ค่อยๆ ศึกษา การปฏิรูปราชทัณฑ์ ครั้งนี้ เป็นวิชาการมากๆ มีขั้นมีตอน และสามารถ ตรวจสอบประมวลผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ในแง่นี้ หากเราศึกษาดีๆ เราจะยกระดับ ความคิด ไปสู่การขับเคลื่อนได้เป็นอย่างดี  ขอย้ำครับ ต้องเรียนรู้ไว้เพื่อการปรับตัว ความเปลี่ยนแปลง แรกๆ ย่อมมีความกดดัน และเสียงโห่ฮา ตามมา แต่ถ้าทำความเข้าใจและปรับรูปแบบความคิดได้ เราจะอยู่สบาย ผมชอบนะสไตล์นี้ แต่ไม่ชอบวัฒนธรรมเดิมของผู้คุม คืออวดเบ่ง แบ่งกลุ่ม ยศฐา บรรดาศักดิ์ กับเพื่อนร่วมอาชีพ ใครที่ติดตามเฟสบุ้คกรมราชทัณฑ์ จะเห็นอะไรดีๆ เยอะเลย ที่เกิดกับผู้คุมเราที่ไปแสดงความคิดเห็นวิจารย์กรมฯ ซึ่งมันก็ติเพื่อก่อทั้งนั้นผมยังต่อสู้เรื่องอาวุโสอยู่ เคยประกาศไปแล่้วตัวเองไม่ได้อะไร ก็ขอให้ผู้คุมสายทั่วไปเรา รุ่นน้อง ลูก หลาน ได้มีความก้าวหน้า ได้มีที่ยืน ที่สมกับพวกเขาทำงานหนักจากกรมราชทัณฑ์บ้าง รักทุกคน จุ้บๆ...กระทู้นี้แค่นี้ครับ บายย..อันนี้เป็น PowerPoint..RoadMap โหลดเลย

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

เครื่องแบบใหม่ผู้คุม เขาว่างั้นครับ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
...เผื่อใครไม่ได้ติดตามเอามาให้ดูกันเรียกน้ำย่อย....

เตรียมตังค์ตัดกันนะครับ ...  ทุกอย่างอยู่ระหว่าง กฤษฎีกา รอประกาศใช้ครับ...แต่เราต้องรู้ความเคลื่อนไหวของบ้านตัวเองครับ... อีกช่องทางหนึ่งสำหรับการติดตาม กรมราชทัณฑ์ครับ...

นานาสาระ พรบ.ราชทัณฑ์ 2588 รู้ไว้ใช่ว่า 2 (มติ.ครม)

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
...เผื่อคนที่ไม่ได้ติดตามครับ...

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
1. กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการราชทัณฑ์ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ และให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายด้านการราชทัณฑ์ และกำหนดทิศทางกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อให้การดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์มีทิศทางและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการที่สำคัญและขึ้นตรงต่อคณะกรรมการฯ 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการตรวจเรือนจำ มีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นและเสนอแนะในการดำเนินกิจการเรือนจำตามหลักการทาง ด้านอาชญวิทยาและทัณฑวิทยาแก่กรมราชทัณฑ์ รวมทั้งทำการตรวจกิจการเรือนจำและให้คำแนะนำแก่เจ้าพนักงานในการปฏิบัติ หน้าที่ และคณะอนุกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์ มีอำนาจหน้าที่ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์หรือเรื่องราวใด ๆ จากผู้ต้องขัง

3. กำหนดให้หน่วยงานกลางที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ต้องจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่แก่กรมราชทัณฑ์ให้มีจำนวนเพียงพอกับการ ปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์ โดยให้เป็นไปตามที่ตกลงไว้กับกรมราชทัณฑ์

4. กำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานที่เกี่ยวกับการราชทัณฑ์ ได้แก่ อธิบดี รองอธิบดี ผู้ช่วยอธิบดี ผู้บัญชาการเรือนจำ พัศดี และผู้คุม เพื่อให้สอดคล้องและตรงตามลักษณะการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในกรม ราชทัณฑ์

5. กำหนดให้เจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่พิเศษในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ เพื่อติดตามผู้ต้องขังที่หลบหนี โดยจำกัดระยะเวลาการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานไว้เพียง 48 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุผู้ต้องขังหลบหนี และมีอำนาจในการป้องปรามมิให้มีการนำสิ่งของต้องห้ามประเภทต่าง ๆ เข้าสู่เรือนจำ โดยจำกัดอาณาบริเวณและกำหนดพฤติการณ์ที่จะทำให้เจ้าพนักงานมีอำนาจเช่นนั้น

6. กำหนดให้ทุกเรือนจำใช้คำขึ้นต้นว่า เรือนจำอันเป็นการยกเลิกทัณฑสถาน และทัณฑนิคม ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถกำหนดประเภทของเรือนจำชัดเจนยิ่งขึ้น กำหนดให้มีเกณฑ์มาตรฐานของเรือนจำในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานด้านระบบบริหารจัดการ ระบบการพัฒนาพฤตินิสัย กำหนดให้กรมราชทัณฑ์สามารถกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นเพื่อเป็นสถานที่คุมขัง กำหนดให้ใช้มาตรการลงโทษอื่นแทนการจำคุก และการให้เอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินภารกิจของรัฐได้

7. กำหนดให้จัดให้มีการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ ปรับปรุงระบบการรับตัวผู้ต้องขังให้มีความทันสมัยและชัดเจนยิ่งขึ้น พัฒนาระบบการจำแนกและแยกคุมขัง เพื่อให้การคัดกรองผู้ต้องขังดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการคัดแยก การพัฒนาพฤตินิสัย ตลอดจนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย

8. กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขังให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พัฒนาบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับประโยชน์ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีให้ สามารถนำมาบังคับใช้ได้อย่างแท้จริง รวมทั้งกำหนดการอื่น ๆ ที่เกี่ยวแก่ผู้ต้องขังให้เป็นรูปธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น เช่น อนามัยผู้ต้องขัง การติดต่อผู้ต้องขัง เป็นต้น ตลอดไปจนถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับวินัยและบทลงโทษผู้ต้องขังที่กระทำผิดวินัย

9. กำหนดให้มีกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โดยให้กระบวนการนี้เริ่มต้นตั้งแต่มีการรับตัวผู้ต้องขัง เพื่อให้สอดคล้องกับโปรแกรมการพัฒนาพฤตินิสัย ตามที่กรมราชทัณฑ์หรือเรือนจำได้จัดเตรียมให้หลังจากผ่านระบบการจำแนกมาแล้ว และกำหนดให้เรือนจำต้องดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 7 เมษายน 2558-- 

นานาสาระ พรบ.ราชทัณฑ์ 2588 รู้ไว้ใช่ว่า 1 (แนวคิด)

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
วันนี้ (24 ก.พ.)ที่กระทรวงยุติธรรม นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 กระทรวงยุติธรรม ว่ากรมราชทัณฑ์ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สำนักงานกิจการยุติธรรม และผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอยกร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ..... ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องกลไกบริหารจัดการงานราชทัณฑ์ของไทยใน 2 มิติ คือ 1. การปรับปรุงโครงสร้างและระบบการทำงานราชทัณฑ์ และ 2. การปรับปรุงโครงสร้างระบบพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง การคุ้มครองสิทธิผู้ต้องขัง และการให้ชุมชนมีส่วนร่วม หรือการนำมาตรการอื่นมาใช้แทนการจำคุก ซึ่ง พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ฉบับใหม่ จะเป็นส่วนเติมเต็ม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์เดิมที่ให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในทุกๆด้านเกี่ยวกับการ จัดการระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นการตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศของรัฐบาลสู่การขับเคลื่อนศักยภาพการแข่งขัน ของประเทศในทุกมิติ และยกระดับงานยุติธรรมไทยสู่มาตรฐานสากล
      
       ทั้งนี้ พระราชบัญญัติราชทัณฑ์เดิมมีทั้งหมด 58 มาตรา ส่วนร่างพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ..... ใหม่ที่เสนอนั้นมีทั้งหมด 115 มาตรา โดยมีรายละเอียดประเด็นที่เพิ่มเติมในร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ ประกอบด้วย การบริหารงานและการพัฒนาองค์กร เช่น กำหนดให้มีการจัดสรรอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานของราชทัณฑ์ มีคณะกรรมการนโยบายการราชทัณฑ์การบริหารและการพัฒนาบุคลากร เช่น การให้ เจ้าพนักงานการราชทัณฑ์เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา อำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยให้เจ้าพนักงานมีอำนาจพิเศษตามที่กำหนดใน พระราชบัญญัติ
      
       นอกจากนี้จะมีการแบ่งกลุ่มนักโทษตามประเภทเรือนจำ เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลง โดยการจัดให้มีระบบการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและการแยกขังมาตรการบังคับโทษ ประเภทอื่น เช่น เรือนจำการศึกษา เรือนจำกีฬา เรือนจำการฝึกอาชีพ รวมทั้งการให้ชุมชน ครอบครัว หรือผู้นำทางศาสนาเข้ามีส่วนร่วมในการบำบัด ฟื้นฟู สิทธิ หน้าที่ และประโยชน์ของผู้ต้องขัง เช่น สิทธิผู้ต้องขังหญิงในการได้รับการศึกษาหรือการอบรมเช่นเดียวกับผู้ต้องขัง ชาย สิทธิในการนับถือศาสนา การรักษาข้อความในหนังสือร้องทุกข์ หนังสือยื่นเรื่องราว หรือฎีกาไว้เป็นความลับอนามัยของผู้ต้องขัง เช่น การออกไปรักษาตัวยังสถานที่อื่นนอกเรือนจำ

      
       นายวิทยากล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการในการจัดทำ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฉบับใหม่ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การยุติธรรมไทย ที่มีการ ‘นำเข้า’ ความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ผนวกกับพลังสมองของบุคลากรระดับหัวกะทิด้านงานยุติธรรมในกระทรวงยุติธรรม จับมือกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อมองให้ลึกซึ้งถึงปัญหา และหาวิธีการแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดการปัญหายาเสพติดและสิ่งของต้องห้าม ภายในเรือนจำ การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดคุ้มครองสิทธิผู้ต้อง ขัง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและมาตรการทางเลือกแทนการจำคุก เพื่อเติมเต็ม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479 ให้ครอบคลุมทุกด้านของการจัดการระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด ตลอดจนเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะภารกิจงานด้านราชทัณฑ์ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการแก้ไขฟื้นฟู
      
       นอกจากนี้ ยังเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำ ผู้ติดยาเสพติดได้รับการบำบัดฟื้นฟู และป้องกัน การกลับไปเสพยา และกระทำผิดซ้ำเพื่อมุ่งสู่ปลายทางสำคัญ คือ สังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น จากการที่ผู้กระทำความผิดอยู่ภายใต้ระบบการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และรัฐบาล สามารถใช้ประโยชน์จากการที่สังคมปลอดภัย ในการพัฒนาศักยภาพของประเทศในด้านต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทยต่อไป

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

อาวุโสราชทัณฑ์ ทางตันที่หาทางออกไม่เจอ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
        ก็เป็นอันจบไปกับการสอบสัมภาษณ์ว่าที่อาวุโสทั้งหลาย รอลุ้นผลคะแนนกันนะครับ ท่านที่ทำงานอายุงานเกิน 30 ปี เงินเดือน เต็ม และเขียนพูดผลงานเอง มีโอกาสเข้าป้าย  เพราะอะไรเหรอครับ เพื่อให้หลายคนที่กำลัง หงุดหงิด มีลุ้น จะได้รู้ตัวล่วงหน้าไม่ต้องกังวลครับ กลับไปดูหนังสือ กรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ 0702.7/16539 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในส่วนของเอกสารแนบท้าย เรื่องรายละเอียดหลักเกณฑ์คัดเลือก ..คลิ้กหนังสือ... คะแนนครองชำนาญงาน  เต็ม 10 ใครที่ครองตั้งแต่ เข้าแท่ง คิด 10 เคย ไม่เคย ดำรงตำแหน่งระดับ 5 แบ่งเป็น 3 ช่วง คะแนน คือ เคยเป็น ซี 6 คะแนน 10 เคยเป็น ซี 5 คะแนน 8 ไม่เคยเป็นซี 5 หรือ  6 ได้คะแนน 6  คะแนน ห่างจากพวกเข้าแท่ง 4-6 คะแนนแล้ว นะครับ ตัวที่พวกอายุงานเยอะได้เปรียบอีกคือ ส่วนของคะแนน อายุงาน+เงินเดือนครับ คนที่ทำงานอายุงานเกิน 30 ปี เขาจะได้คะแนน 3 + 10 หรือแปด 8 ตามลำดับ เขาจะมีคะแนนส่วนตัวที่ 13 - 11 ขณะที่คน ทำงานไม่ถึง 30 ปี คะแนนจะอยู่ที่ 2 กลุ่มไม่เกิน 25 ปี จะได้ 1 คะแนน บวกเงินเดือน ไม่เกิน 28960 บาท  คิดเป็น 1/2 + 2/4/6 ตามลำดับ จะมีคะแนนส่วนตัวที่ เฉลี่ย 5-6-8  สรุป เฉพาะ 3 ส่วนนี้ กลุ่มอายุงาน 30+ จะมีคะแนนเฉลี่ยที่ 21 - 23 ขณะที่กลุ่มอายุงาน 30- คะแนนเฉลี่ย จะอยู่ที่ 15 - 18 ห่างกันอยู่ 5 แต้ม  นี่เฉพาะคะแนนตาม กพ.7 ของแต่ละคนนะครับ มีใบประกาศ +5 ไม่ผิดวินัย +5  ผลงานที่สำคัญ 40 คะแนน ข้อเสนอในงาน 5 คะแนน  ส่วนนี้ไม่รู้ให้ยังไงมีหลักเกณฑ์คะแนนยังไงว่า ผลงานใครดีกว่าใคร ไอ้ที่ไปสัมภาษณ์กัน เป็นคะแนน ภาวะผู้นำ แค่ 10 คะแนนนะครับ ถ้ามองในแง่ดี กลุ่มอายุงาน 30- คะแนนผลงาน+เสนองานดี+ภาวะผู้นำได้เต็มก็มีลุ้น (แต่คงยาก) เพราะ 900 กว่าคนที่ีไปสัมภาษณ์ เป็นรุ่น อายุงาน 30+ ซะ 100+ - 200 อัตราบรรจุมีแค่ ไม่ถึง 20 ถ้ากลุ่มนี้ มีคนเก่งครบเครื่อง ซัก 20 คน ก็หมดลุ้นแล้วครับ .. ก็ใช่ว่า จะบั่นทอนกำลังใจกัน ก็เอาเรื่องเก่ามาเล่าให้กันฟัง เผื่อใครที่มีหวังรอกลุ้นจนเครียดจะได้ทำใจกัน
    มีโอกาสถามผู้ใหญ่หลายท่าน ในเรื่องความก้าวหน้าของสายงานทั่วไป ก็ได้ยินว่า มีการพยายามขอเพิ่มอัตรา ตำแหน่งอาวุโส อีกเป็นหลัก 100+ ก็คงต้องติดตามดูกัน คงหลังจาก  มี พรบ.ราชทัณฑ์ใหม่ เครื่องแบบใหม่  เครื่องหมายใหม่ เสร็จสิ้น ก็คอยติดตามกันไป...สุดท้าย ..ขอแสดงความยินดีด้วยความเคารพ กับ รองอธิบดีใหม่ ทั้งสองท่าน 1.ท่านปฎิคม  วงษ์สุวรรณ  2.ท่านเรืองศักดิ์  สุวารี ... ทั้งสองท่านโดยส่วนตัวแล้ว ผมเคยรับใช้ในการทำงาน และแอบเรียนรู้วิชาจากท่าน มาใช้จนถึงทุกวันนี้ ใครจะมองมุมใหนไม่รู้...แต่ผมได้เคยทำงานสัมผัสกันมาทั้งสองท่าน งานด้านบุ๋น  ด้านบู๊ ก็ถือว่าครบเครื่อง ...ที่สำคัญทั้งสองท่านค่อนข้างจะคลุกคลีกับคนเรือนจำ มากกว่าคนที่อยู่ในกรม ... ท่านจะรู้พฤติกรรม ความเป็นอยู่ ความลำบากตรากตรำของผู้คุมเรือนจำที่อยู่ตามภูธรได้ดี...ท่านก็คงจะเห็นปัญหาในส่วนนี้อยู่ ก็หวังว่าทั้งสองท่านจะช่วยผลักดัน ให้ ผู้คุมสายทั่วไป ได้มีความก้าวหน้า มีทางเดินไปสู่วัยเกษียน ที่เหมาะสม มีเกียรติแก่วงศ์ตระกูลบ้าง...เพราะทุกวันนี้ เป็นชำนาญงานนั่งมองถนน มีแต่ทางตัน มีแต่เขตห้ามเข้า ทางไป ลอนดอน ไปได้เฉพาะสายวิชาการ... พบกันใหม่กระทู้หน้าครับสหายผู้คุม...

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

กระทู้ได้ใจต้องกระจายให้ทั่วถึง...จากเฟสบุ้คกรมราชทัณฑ์..สะท้อนอารมย์ และตอกย้ำความเก็บกดได้ดีมากครับ

คนราชทัณฑ์ กับ งานราชทัณฑ์
    ช่วงนี้ก็ได้เข้าไปสิงสถิตย์ ปลุกปั่น อยู่แถวเฟสบุ้คกรมราชทัณฑ์..555 ร่วม กับ พี่ๆ น้องๆ อีกหลายท่าน เพื่อแลกเปลี่ยน ทัศนคติกัน...มาถึง ยุคนี้ พ.ศ.ใหม่ พี่น้องเราเปิดหน้าเปิดตา มาร่ายความรู้สึกกันอย่างมากมาย...นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบทความที่พี่น้องผู้คุมเราสายทั่วไป คนหนึ่ง สะท้อนไว้ในเฟสบุ้คกรมราชทัณฑ์ ผมก็เข้าไปอ่าน ...มันตรง และสะท้อนอะไรได้หลายเรื่องจึงขออนุญาตน้องเขาก้อปมาเื่อให้ผู้ที่ติดตามเพจนี้ไปอ่านกัน....ผมแปะลิงค์ไว้ท้ายกระทู้ครับ...คลิ้กเข้าไปเม้นท์เลย... ถ้าตามลิงค์ต้องเข้ารหัสเฟสบุ้คตัวเองไว้นะครับ...
...........................................................................
...........................................................................

#‎ผู้คุมไทยสายเลือดใหม่คงไม่คุ้นตากับบ่าราชทัณฑ์ไทยเช่นนี้‬...
...รูปนี้นับย้อนหลังไปเกือบ 10 ปี ไม่ต่ำกว่านี้ ผมถือได้ว่าเป็นผู้คุมไทยยุค"กลางเก่ากลางใหม่" ยุคที่บ่า"พนักงานราชการยังไม่มีกำหนดว่าต้องใช้หมอนเส้นเดียว" ยุคที่ได้ค่าเวรฯ 200.-คืน พตร. 800 - 1,200.-/เดือน ยุคที่กว่าจะได้ ‪#‎หนึ่งดาว‬ ทีนึงฉลองได้ 7 วัน ยุคที่มีการ"เคารพนับถือรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่นป๋า รุ่นป้า กันอย่างเป็นวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม และทรงคุณค่าทรงพลังมากๆ"
...แต่ยุคนี้สมัยนี้ เกิดมาเป็นผุ้คุมไทย ก็มี "ดาวเรียงประดับบ่า" ทันทีทันใจ และถ้ายิงยาวไปกว่านี้ไม่กี่ปี ก็เป็น "ดาวกลุ่มและดาวติดช่อ" กันตรึม ซึ่งดูแล้วก็น่าดีใจหรือปลื้มใจที่มองไปทางไหน ไม่ว่าหน้าละอ่อนพึ่งจบมาหรือหน้าเกินป้ายใกล้เออร์รี่ ก็มีบ่าเหมือนกัน นั้นหมายถึง"หน้าที่และความรับผิดชอบเท่ากัน" แต่สิ่งหนึ่งที่หน้าที่และความรับผิดชอบเท่ากันมีแต่บางคนนั้นไม่มี คือ"ประสบการณ์ทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการลำดับความสำคัญก่อนหลังในการตัดสินใจ"ซึ่งเป็น สิ่งที่สำคัญมากๆ แต่ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญ เพราะต่างคนก็ต่างคิดว่า"เท่าเทียมกันจึงทนงตัวกันไปต่างๆนานๆ สุดท้ายมาก็จบลงที่"งานเข้า"...
...สิ่งที่ผมอยากบอกในเพจนี้โพสนี้คือ"การเป็นผู้ตามที่ดี"เหมือน"นกที่พึ่ง หัดบิน"หรือ"ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วกันน่ะครับ" รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ รุ่นป๋าๆป้าๆ ในที่ทำงาน ‪#‎ศึกษาและเรียนรู้การทำงานของพวกเค้าไว้‬ ผมบอกได้เลยว่า"ไม่มีซื้อขายหรือเข้าคอร์ดที่ไหนได้ในปฎพีนี้แน่นอนครับ บางคนนั้นทำงานเป็นผู้คุมไทยๆมามากกว่าอายุงานเราๆกันอีก 20 - 30 ปีอัพๆกันทั้งนั้น โครตๆจะเป็นแหล่งความรู้KMโดยแท้ครับ สิ่งไหนดีเราๆๆควรจะ"ครูพักลักจำ ไถ่ถามและเรียนรู้ไว้"อันไหนไม่ได้(อย่าสนใจ) เพราะน้องๆเพื่อนๆหลายต่อหลายคน ต้องจบอาชีพราชทัณฑ์ไทย ผู้คุมไทยด้วยความที่"เก๋าไม่จริง สิงห์ไม่แท้"ครับ ทำงานไม่เท่าไร่ก็คิดว่า"ตนเองเนี่ยเก่งแล้วเก๋าแล้ว บ่าเท่ากันอย่ามาสอน แก่อยู่ส่วนแก่ไป ฯลฯ" สุดท้ายมาก็"แพ้เหลี่ยมโจร ไม่ทันเกมส์ผู้ต้องขัง จากนายกลายเป็นขี้ข้าผู้ต้องขัง" อย่างดีก็โดนไล่ออกหางานใหม่ยังได้ แต่ซวยมากลายเป็นผู้ต้องขังไปซะเองอันนี้โครตช้ำจริงๆครับ...
...ฝากไว้แค่ตรงนี้ครับ ขอโทษและกราบขออภัยด้วยหากสิ่งที่ผมเขียนไปทั้งหมดกระทบกระเทือนจิตใจ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆผู้คุมไทยคนไหนท่านใดไปนะครับ ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่กันนะครับ พูดและเขียนด้วยความรักจริงๆ ผมในฐานะผู้คุมไทยคนหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังศึกษาและเรียนรู้จากรุ่นป๋าๆป้าๆทุกๆคนอยู่ ไม่เคยทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่ผมไม่ชอบหรือจะเป็นคนที่ผมโครตรัก ผมก็เรียนรู้จากพวกเค้าเหล่านั้นทุกๆคน ให้เกียรติและไม่ปีนเกลียว>>>(คนไหนที่เราไม่ชอบก็ทางใครทาง มัน...จบข่าว อันนี้ก็คือสิ่งที่ผมก็เรียนรู้จากป๋าๆมาครับ "มึงไม่ชอบเค้า มึงก็อยู่คนละที่คนละทางไปสิว่ะ คุกไม่ได้มีแค่ในโต๊ะทำงาน งานไม่ได้มีแค่บนโต๊ะ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงานของใครของมันกันไปซะ ชีวิตก็สุขแล้ว)<<<
‪#‎การเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุดมันอยู่ที่เราจะเปิดใจรับได้มากน้อยแค่ไหนครับ‬
......................................................................
......................................................................
อยากให้พี่น้องเราที่เข้ามาอ่าน ไปเม้นท์ ไปช่วยกันระดมความความคิด...เพื่อประโยชน์โดยรวมขององค์กรเรา ให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์...ช่วยกันคนละไม้ละมือครับ...กดตามลิ้งค์โลด.... 
                                 ครับ..พวกเรา...สายเลือดราชทัณฑ์ไม่มีวันจาง
CR.เฟสบุ้คกรมราชทัณฑ์